Daily Archives: Dec 12, 2025
FUNDAO Winter Soirée :ดินเนอร์ปิดท้ายปีใจกลางมหานครนิวยอร์ก
ค่ำคืนฤดูหนาวในนิวยอร์กมักจะมีเสน่ห์เฉพาะตัว แต่ "FUNDAO" เลือกจะเพิ่มความพิเศษให้มากกว่านั้น ด้วยการพาความงดงามเชิงงานดีไซน์แบบไทยร่วมสมัยมาสร้างประสบการณ์ที่ทั้งอบอุ่น ลุ่มลึก และหรูหรา ผ่านงาน FUNDAO Winter Soirée in New York ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ร้อยเรียงความคราฟต์ ความหมาย และความละเอียดอ่อน ให้กลายเป็นค่ำคืนปิดท้ายปีที่สว่างไสวที่สุดครั้งหนึ่งของแบรนด์
งานครั้งนี้จัดขึ้นโดย คุณหยิน–ฝันดาว แบ้สกุล Founder & Designer แห่ง FUNDAO ณ โรงแรมหรูใจกลางแมนฮัตตัน ท่ามกลางบรรยากาศคริสต์มาสที่ละมุนอบอุ่น และเป็นเวทีที่ต้อนรับทั้งอินฟลูเอนเซอร์และแฟชั่นนิสต้าชาวนิวยอร์กให้เข้ามาสัมผัสโลกของ FUNDAO อย่างใกล้ชิด ผ่านธีม “The Infinity Cross” ที่ตีความความเชื่อมโยงที่ไม่มีที่สิ้นสุดผ่านเส้นเชือก ผ้าดิบ และงานคราฟต์ที่เป็นหัวใจของแบรนด์
การตกแต่งในงานเลือกใช้ผ้าครีม น้ำตาลซ้อนเลเยอร์อย่างประณีต พร้อมเชือกธรรมชาติที่ไขว้ไปมา สร้างมิติใหม่ให้ธีมคริสต์มาสร่วมสมัยราวกับงานประติมากรรม อ่อนโยนแต่มีโครงสร้าง อบอุ่นแต่แฝงความเฉียบคม ทุกองค์ประกอบสะท้อนเบสคลาสสิกของแบรนด์ที่ยึดโยงธรรมชาติ เส้นสาย และความตั้งใจในทุกฝีมือ
ดีเทลของเชือกที่พันรอบขาโต๊ะ ชิ้นตกแต่งที่ร้อยเรียงอย่างพินิจ และแสงเทียนที่ส่องประกายท่ามกลางคืนลมหนาว ทำให้บรรยากาศเปี่ยมด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว ทั้งอบอุ่น ลุ่มลึก และตามแบบฉบับความหรูหราของ FUNDAO...
“Best Year” เสียงเพลงส่งท้ายปีจาก fellow fellow
เมื่อปี 2025 ดำเนินไปท่ามกลางจังหวะที่หมุนเร็วเกินกว่าจะตั้งหลัก แต่กลับกลายเป็นอีกหนึ่งปีที่สวยงามอย่างเงียบงามสำหรับ “fellow fellow”
สองหนุ่มผู้สร้างบทเพลงอ่อนโยนที่แตะใจคนฟังได้เสมอ และครั้งนี้พวกเขาขอปิดท้ายปีด้วยการห่อทุกความทรงจำ ทุกความพยายาม และทุกความรักที่ได้รับไว้ในเพลงเดียว เพื่อกล่าวคำขอบคุณต่อผู้ฟังอย่างจริงใจที่สุดผ่านซิงเกิลใหม่ “Best Year”
ตลอดปี 2025 “ข้าว ปณิธิ เลิศอุดมธนา” และ “ที พิษณุ หทัยพันธลักษณ์” แห่ง Kicks Records ต่างเดินหน้าเติมเต็มปีนี้ด้วยผลงานเพลงที่หลากหลาย ไล่จาก “คล้ายสวรรค์” “Milky Way” “Home” ไปจนถึงเหตุการณ์สำคัญของชีวิตศิลปิน คอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบครั้งแรกในรอบ 12 ปี “FELLOW FELLOW I TOLD HALLEY ABOUT YOU The 1st Concert” ที่มีผู้ชมกว่า 5,000 คนร่วมเป็นประจักษ์พยานถึงการเติบโตและพลังของวงที่ยังคงงดงามและจริงใจเหมือนวันแรก
และเพื่อปิดปีที่ไม่มีอะไรขาดหาย แม้จะไม่สมบูรณ์แบบนัก แต่เต็มไปด้วยความหมายทั้งเล็กและใหญ่...
“Dior Tea Time” ในฉบับของความหรูหราที่เสิร์ฟด้วยรสนิยมและเรื่องราว
ท่ามกลางประวัติศาสตร์อันยาวนานของ 30 Montaigne "Dior" ได้เปิดพื้นที่แห่งเวลาให้รสชาติ ศิลปะ และความงามมาบรรจบกันอย่างงดงามเหนือคำบรรยาย โดยศิลปะการกินถูกผสานเข้ากับความงามของแฟชั่นชั้นสูงอย่างกลมกลืน Dior ได้เปิดม่านประสบการณ์น้ำชายามบ่ายสุดวิจิตร
ณ ที่ตั้งทางประวัติศาสตร์ของเมซงที่ 30 Montaigne พื้นที่ซึ่งเป็นหัวใจของอัตลักษณ์แบรนด์มายาวนานกว่า 70 ปี และครั้งนี้ได้เชิญชวนผู้มาเยือนให้ดำดิ่งสู่ความละเมียดละไมที่บรรจงถักทอขึ้นอย่างพิถีพิถันโดยเชฟระดับดาว Yannick Alléno ผู้พลิกการลิ้มรสให้กลายเป็นบทกวีแห่งฤดูกาล
สำหรับประสบการณ์ “Tea Time” Dior ได้สร้างสรรค์ขึ้นสองรูปแบบ โดยแต่ละแบบสะท้อนเสน่ห์และจิตวิญญาณที่แตกต่างอย่างโดดเด่น ที่ห้องอาหาร Le Jardin ผู้มาเยือนจะได้ดื่มด่ำบรรยากาศอันเปี่ยมความสดชื่นราวการเดินผ่านสวนกลางกรองวิลล์ สถานที่ซึ่ง Monsieur Dior เคยใช้เป็นแรงบันดาลใจสำคัญ ดอกกุหลาบและธรรมชาติถูกตีความเป็นเมนูคาวหวานในรูปทรงอ่อนโยน รสชาตินุ่มนวล และสีสันที่เชิญชวนให้จินตนาการถึงฤดูที่งอกงาม ความละเอียดอ่อนในแต่ละคำจึงไม่ใช่เพียงอาหาร หากแต่เป็นบทบรรยายความหลงใหลของดีไซเนอร์ผู้รักธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง
ส่วนห้องอาหาร Monsieur Dior มอบประสบการณ์ที่ยกระดับขึ้นอีกขั้นด้วยการจัดลำดับเมนูราวกับจังหวะของแฟชั่นโชว์ในอดีต การเสิร์ฟแต่ละจานถ่ายทอดความสง่างามของ Haute Couture สู่จานอาหาร ตั้งแต่ Confit de fruit ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตำราโบราณ ไปจนถึงวัตถุดิบชั้นเลิศอย่าง หอยเชลล์ครูโด้และคาเวียร์ ทั้งหมดถูกออกแบบให้เป็นประสบการณ์ที่หลอมรวมความเหนือระดับของรสชาติ กับศิลปะการใช้ชีวิตแบบฝรั่งเศส—ซึ่งเป็นหัวใจของ Dior มาโดยตลอด
ในทุกช่วงเวลา...

