หากพูดถึงนักแสดงหนุ่มเจนใหม่ที่น่าจับตามองมากที่สุด เราคงจะไม่พูดถึงชื่อของ เทศน์ ไมรอน และ เอม – สรรเพชญ์ คุณากร ไปไม่ได้ ทั้งสองหนุ่มคือ นักแสดงที่เราอาจจะคุ้นเคยกับผลงานบนเส้นทางบันเทิงของเขา และตอนนี้เทศน์ก็กำลังมีผลงานให้เราได้ติดตามกันในบทบาทสุดท้าทายจากเรื่อง ‘คลึง’ ที่กำลังฉายอยู่ทางช่อง One31 และแอปพลิเคชัน OneD ในขณะที่ทางด้านเอมก็เพิ่งฝากผลงานสุดประทับใจที่เพิ่งจบไปหมาดๆ อย่าง ‘ติวเธอ(ร์)…ที่รัก MY TUTOR, MY LOVE’ ซึ่งสามารถรับชมย้อนหลังได้ที่แอปพลิเคชัน OneD

แต่นอกจากเสน่ห์และผลงานบนหน้าจอแล้ว เรามีโอกาสได้คุยกับทั้งสองหนุ่มในมุมที่ลึกซึ้งมากขึ้นกับภาพของ ‘การแสดง’ ในมุมมองของพวกเขา ทั้งในมุมที่เป็นการทำงาน แพสชันที่มีต่อการแสดง ไปจนถึงไลฟ์สไตล์นอกจออย่างการท่องเที่ยว ที่ทั้งคู่เพิ่งไปทริปที่นิวยอร์กด้วยกันมา พร้อมโมเมนต์สนุกๆ ที่พวกเขาอยากแชร์ ที่จะทำให้คุณได้รู้จักและหลงรักตัวตนหลังกล้องของทั้งคู่มากยิ่งขึ้น
อ่านเพิ่มเติม: อิน จักราสินธุ์ กับพลังงานแห่งการเติบโตที่เคลื่อนไปไม่หยุดนิ่ง
เส้นทางการแสดงของทั้งสองคนเริ่มต้นได้ยังไง?
TATE: ตอนเด็กๆ ผมเล่นละครเวทีที่โรงเรียนครับ แล้วผมก็ได้มีโอกาสไปแคสงานบ้าง ก็เริ่มได้เล่นโฆษณา ได้เดินแบบ จนวันหนึ่งช่วงที่ผมเดินแบบมีผู้กำกับที่เขานั่งอยู่ในโชว์ด้วย แล้วเขาก็มองว่าผมเหมาะกับบทที่เขากำลังตามหาอยู่ เขาก็เลยถามว่าสนใจงานแสดงไหม ผมก็สนใจแล้วก็ลองลองไปแคสดูครับ หลังจากที่ได้แสดงเรื่องนั้นก็แสดงมายาวๆ เลยครับ
AIMM: สำหรับผม ผมไม่ได้คิดว่าจะมาในสายการแสดงเลยครับ จนกระทั่งได้ลองเรียน Acting class ในมหาวิทยาลัยที่อเมริกาครับ แล้วกลายเป็นว่าเราชอบมากเลย รู้จริงๆ ก่อนหน้านั้นก็เคยมีผู้จัดมาเสนอบทให้ลองไปแสดงละครครับ แต่เราก็ปฏิเสธมาตลอด เพราะว่าเราไม่ได้นึกว่าเราจะทำได้ในฐานะที่เราเป็นอินโทรเวิร์ท แต่พอมามาแสดงแล้วเรารู้เลยว่า สิ่งที่เราชอบจริงๆ คือการแสดง แต่สิ่งที่เรากลัวก็คือภาษา แต่เราก็คิดว่าเราพัฒนาเรื่องนี้ได้ เราก็เลยมามาลองลุยไปเลย เต็มที่กับกับวงการบันเทิงครับ แล้วก็สนุกจริงๆ

“เราไม่ได้นึกว่าเราจะทำได้ในฐานะที่เราเป็นอินโทรเวิร์ท แต่พอมาแสดงแล้วเรารู้เลยว่า สิ่งที่เราชอบจริงๆ คือการแสดง”
– เอม สรรเพชญ์
ความสนุกของการได้เป็นนักแสดงคืออะไร?
TATE: ผมรู้สึกว่ามันสนุกที่เราตื่นมาทุกวันแล้วเราเดาไม่ออกว่าเราจะเจออะไร มันก็อาจจะวางแผนได้นิดหน่อยว่า โอเค ปีนี้เราจะมีโปรเจกต์อะไร หรือว่าเราจะไปงานแบบไหน แต่มันเป็นอาชีพที่ทำให้ผมตื่นเต้นตลอดเวลา คือเราเดาไม่ถูกว่าเราจะเจออะไร เราจะคุยกับใคร เราจะเจอคำถามแบบไหน เราจะเจอคนประมาณไหน เราจะต้องมาเล่นฉากอะไร
AIMM: มันเป็นอาชีพเดียวที่ผมรู้สึกว่าเราได้ใช้หลายชีวิตมาก เพราะว่าพอเราสวมบทบาท เราก็จะได้เป็นอะไรที่แตกต่างออกไป ผมได้เป็นตำรวจ นักธุรกิจ ได้เป็นอะไรหลายอย่าง ที่เราต้องใช้สกิลจริงๆ แล้วเราก็ต้องเข้าในเรื่องราวที่สนุกสนาน หลากหลายอารมณ์ มีความโกรธ มีความรัก มีความรู้ มันคุ้มค่าชีวิตมากเลยในการเป็นนักแสดง

“มันเป็นอาชีพเดียวที่ผมรู้สึกว่าเราได้ใช้หลายชีวิตมาก… มันคุ้มค่าชีวิตมากเลยในการเป็นนักแสดง”
– เอม สรรเพชญ์
TATE: ใช่ แล้วบรรยากาศในกองถ่ายมันก็เหมือนสนามเด็กเล่นเนอะ ยิ่งถ้าเราเจอกองถ่ายที่ดี ที่ทุกคนอยู่ on the same page ด้วยนะ ผมรู้สึกว่าผมไม่เคยเจอประสบการณ์แบบนี้จากการทำอย่างอื่นเลย
‘นักแสดง’ ในมุมของทั้งคู่คืออะไร?
TATE: การแสดงสำหรับผมคือ การที่เราสามารถเห็นใจคนอื่น เห็นใจตัวละคร เห็นใจสิ่งที่นักเขียนเขาเขียนขึ้นมา เห็นใจตัวละครคนอื่นๆ ที่เราเข้าฉากด้วย แล้วก็เห็นใจคนดู ว่าคนดูต้องการอะไรจากเรา สำหรับผม ณ ขณะนี้ การแสดงคือ Empathy
AIMM: ตอบได้ดีมาก สำหรับผมก็เหมือนกันครับ แต่มีสิ่งที่พ่อเคยบอกไว้ว่า การแสดงอาจจะมีหลายทฤษฎี มีหลายอย่างที่เราต้องคิด แต่สุดท้ายแล้ว It’s believing มันคือความเชื่อ เราต้องเชื่อการแสดง เชื่อในสิ่งที่เราทำ

“การแสดงสำหรับผมคือ Empathy คือการที่เราสามารถเห็นใจคนอื่น เห็นใจตัวละคร และเห็นใจคนดู”
– เทศน์ ไมรอน
โมเมนต์ไหนที่ทำให้รู้สึกว่า นี่แหละ เรากำลังสนุกกับการแสดง
TATE: สำหรับผมคงเป็นโมเมนต์ในกองถ่ายนี่แหละครับ เวลาที่เราได้เห็นพี่ๆ นักแสดงผู้ใหญ่ ที่เขามีความสุขได้เหมือนเขาเป็นเด็ก เขาก็เล่น หาวิธีแก้ปัญหาเอง เสนอไอเดียกัน คุยกัน แล้วเวลาที่ผมได้ดูคนอื่นๆ แสดง ผมรู้สึกถึง เสียง อารมณ์ที่เขาสื่อออกมา แล้วผมรู้สึกว่าเห็นใจตัวละครของเขา อันนั้นผมก็รู้สึกว่ามัน เป็นอะไรที่สนุกในอีกแบบหนึ่ง เหมือนกับว่าเราได้เข้าใจสิ่งที่เขาสื่อออกมา
อีกเรื่องหนึ่งคงเป็นตอนที่ผมมีโอกาสได้แสดงละครเวที จากประสบการณ์ที่ได้ยืนตรงนั้น ผมดีใจที่ได้ส่งความสุขให้คนดู เสียงปรบมือ เสียงหัวเราะของคนดู มันเป็นอะไรที่เราหาไม่ได้จากที่อื่นเลยครับ
AIMM: สำหรับผมก็น่าจะเป็นจังหวะตอนที่เราถ่ายทำบางฉาก แล้วมันเกิดความรู้สึกว่าเราทำได้ดี ซึ่งบางทีมันไม่เกี่ยวกับ reaction คนอื่นด้วยซ้ำนะ แต่เหมือนกับว่าพอคัทปุ๊บ เรารู้สึกเลยว่า เฮ้ย อันนี้ดี อันนี้ได้ แต่บางทีการได้เห็นผู้กำกับอินกับเราด้วย หรือว่าเห็น reaction ของคนอื่น มันก็ดีเหมือนกัน สำหรับผมมันจะมีจังหวะแบบนั้นครับ
ถ้านอกเหนือจากงานแสดงแล้วทุกวันนี้เรามีฮอบบี้อะไรที่ชอบทำกันบ้าง?
TATE: วิ่ง ออกกำลังกาย กิน แล้วก็ไปเที่ยวต่างประเทศ จริงๆ ในปีหน้าผมตั้งเป้าไว้ว่าอยากจะไปต่างประเทศ ไปรับรู้อะไรใหม่ๆ ให้มากที่สุด เพราะรู้สึกว่าช่วงชีวิตนี้ เราก็ต้องไปเจออะไรใหม่ๆ เราต้องหาประสบการณ์ใหม่ๆ แล้วผมก็โชคดีที่ตารางของนักแสดง คือถ้าเราทำงานเราก็ทำงานยาวๆ เลย 3 เดือน แล้วก็พัก ซึ่งก็อยากจะใช้เวลาตรงนั้นด้วย ไม่อยากจะมองกลับมาแล้วรู้สึกว่าเราไม่ได้ใช้ เวลาที่เรามี
AIMM: แล้วคุณมีอะไรที่ต้องทำก่อนตายไหม? Skydiving? Bungee Jumping?
TATE: โอ้ ไม่เอาผมเป็นคนขี้กลัว อะไรแบบนี้ผมไม่ค่อยชอบ แต่ถ้าเป็นไปเที่ยวต่างประเทศ จริงๆ ก็อยากไปให้ครบทุกทวีปเลยครับ
AIMM: จริงๆ ผมก็เหมือนกันแหละครับ แต่ว่าผมเป็นคนติดหนัง ผมชอบดูซีรีส์ ผมชอบดูหนัง
TATE: ตอนนี้กำลังอินกับเรื่องอะไร?
AIMM: ผมเพิ่งดู Lanterns ของ DC เขาทำเป็นเหมือน Buddy Cop สนุกมากครับ
พูดถึงทริปอเมริกาที่เพิ่งไปด้วยกันนิดหนึ่งนะครับ มีโมเมนต์สนุกๆ อะไรที่แชร์ให้ฟังได้บ้าง?
TATE: สนุกทุกวันครับ ทุกวันที่แบบตื่นมาแล้วเห็นคุณเอมนอนอยู่ห้องเดียวกัน ผมรู้สึกว่า เฮ้ย คุณมันทำอะไรตรงนี้ (หัวเราะ) แต่ผมชอบมากที่สุดนะ คือโชคดีที่ว่า มันไม่ใช่ทุกคนนะที่เราจะสามารถไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกันได้ มันอยู่ที่ไลฟ์สไตล์ที่อีกคนหนึ่งชอบ แล้วโชคดีว่าเรา 2 คนมีไลฟ์สไตล์ในการเที่ยวที่คล้ายกัน
AIMM: เอาจริงๆ ผมไม่รู้ด้วยนะว่ามันจะเข้ากันได้ เพราะเอาจริงๆ แล้ว เราก็ไม่เคยใช้เวลานานขนาดนั้นด้วยกันมาก่อน แต่ว่า ก็พอรู้ว่า โอเค เราเป็นคนที่ active ทั้งคู่ เป็นคนที่ไม่ต้องมีตารางที่ชัดเจน แต่สามารถเดินไปเรื่อยๆ แล้วก็หาอะไรทำเรื่อยๆ ได้
AIMM: จำได้ไหม ก่อนเราไปอะ คุณบอกว่าน้ำหนักจะไม่ขึ้นจากทริปนี้
TATE: อ๋อ ใช่ ซึ่งมันก็ขึ้นมา 3-4 กิโล แต่ไม่เป็นไร มันคุ้มมาก
TATE: โมเมนต์ที่สนุกก็น่าจะต้องเป็นตอนที่เราวิ่งจากแมนฮัตตัน ไปสะพานบรู๊คลิน แล้วก็วิ่งกลับ วิ่งไป 2 คน
AIMM: ระยะทางมันคือ 15 กิโลฮะ เพราะเทศน์ดูแผนที่ผิด
TATE: ก็ใช่ แต่ตอนที่ผมดู ผมดูผิดว่า 12 กิโลเมตร แต่จริงๆ คือ 12 ไมล์ ซึ่งมันไกลกว่า และอีกอย่างที่ผมประทับใจที่นิวยอร์ค คือ อาหาร อย่างเช่น เบเกิ้ล แล้วก็อะไรที่เราไม่เคยกินมาก่อนก็ดีครับ ผมไม่เคยไปอเมริกาเลย ทุกอย่างมันก็เลยสนุก แค่เห็นรถเมล์ เห็นรถแท็กซี่ของเขามันก็สนุกแล้ว
AIMM: แค่เดินเล่นในนิวยอร์กเขาก็สนุกแล้ว
มองอนาคตในวงการบันเทิงเอาไว้ยังไง?
AIMM: ผมเคยตอบมาตลอดว่าทุกงานที่ได้รับแค่ทำให้ดีที่สุดครับ แค่นั้นเลย ผมไม่ได้อยากหวังอะไร แค่โฟกัสว่าเราได้โอกาสอะไร เราทำอะไรได้ แล้วก็ทำให้ดีที่สุด อะไรเกิดขึ้นก็ปรับแค่นี้เลยครับ
TATE: ผมก็อยากจะได้มีโอกาสเล่นกับนักแสดงหลายๆ คน ผู้กำกับหลายๆ คน ได้เล่นเป็นตัวละครที่แตกต่างกันไปเรื่อยๆ ครับ ผมรู้สึกว่าอยากจะลองทำอะไรใหม่ๆ ตลอด
มีบทที่ยังไม่เคยได้แสดงแล้วอยากลองไหม?
TATE: ผมอยากลองเล่นเป็นคนที่มีความรู้มากๆ ครับ (หัวเราะ) ส่วนใหญ่ผมเล่นเป็นตัวละครที่ เท่ๆ นิ่งๆ แต่อยากลองเล่นบทที่เป็นเนิร์ดๆ ชอบศึกษา ชอบการเรียน ชอบการฝึกฝน มีความเชี่ยวชาญอะไรพิเศษๆ ครับ
AIMM: ส่วนผมอยากเล่นเป็นตัวละครเท่ๆ นิ่งๆ ครับ (หัวเราะ)
TATE: ไม่เคยหรอ?
AIMM: ไม่เคย อยากลองบทที่ไม่บู๊ดูบ้างครับ จริงๆ ก็แค่อยากลองทุกอย่างที่ใหม่ครับ เพราะว่าผมรู้สึกว่าในวงการนี้มันเป็นได้ทุกอย่าง
ถ้าลองจินตนาการ อยากเห็นอีกฝ่ายเล่นบทแบบไหน?
TATE: ผมอยากเห็นเอมเล่นเป็นทหารที่เขาเหมือนแบบมาใหม่ แล้วต้องค่อยๆ ปรับตัวว่าการเป็นทหารมันเป็นยังไง ผมรู้สึกว่าตาเขา innocent ดี
AIMM: อันนี้ชมใช่ไหม? (หัวเราะ)
TATE: ผมหมายถึงว่า ผมอยากเห็นเค้าค่อยๆ พาตัวละครพัฒนาไปเรื่อยๆ จากสายตาเด็กใหม่ที่ innocent แล้วพอได้มาเรียนรู้อะไรใหม่ๆ เจอประสบการณ์ใหม่ๆ แล้วสายตาค่อยๆ เปลี่ยน และเติบโตไปตามการพัฒนาของตัวละคร
AIMM: ผมว่าน่าสนใจ ส่วนผมอยากให้เทศน์ลองเล่นเป็นตัวละครที่ เป็นตัวที่โตของเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นครู หรือว่าเป็นคนที่เชี่ยวชาญอะไรสักอย่าง
TATE: ผมหน้าแก่เหรอ?
AIMM: ไม่ใช่ ผมรู้สึกว่าเขาเด็กอยู่ตลอด อยากเห็นเขาเป็นคนที่เก่งมากๆ ที่สุดในเรื่อง เป็น professor อะไรแบบนั้น อยากเห็นเขาเป็นคนที่ command the room ได้
คาดหวังอะไรกับการเป็นนักแสดง
TATE: ก่อนหน้านี้ผมเป็นคนที่คาดหวังกับตัวเองค่อนข้างสูงครับ อยากแสดงให้ออกมาดีที่สุด เลยจะกังวลว่าจะแสดงออกมาได้อย่างที่คิดไหม แต่พอได้ทำงานมากขึ้น ได้ร่วมงานกับนักแสดงเก่งๆ ที่มีประสบการณ์ ผมก็เริ่มเข้าใจว่า บางครั้งการพยายามมากเกินไป อาจทำให้การแสดงดูไม่เป็นธรรมชาติ เพราะถ้าเรามัวแต่คิดว่าฉากนี้ต้องเล่นยังไง เราอาจลืมที่จะรู้สึกไปกับตัวละครจริงๆ
ตอนนี้ผมเลยพยายามไม่กดดันตัวเองมากเกินไปครับ แต่ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจบทและตัวละครให้มากที่สุด พอถึงเวลาเข้าฉาก ก็แค่อยู่กับตัวละครและสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า สนุกกับการแสดง และเปิดรับโมเมนต์ใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้น เพราะบางครั้งสิ่งที่ออกมาดีที่สุด ก็เป็นสิ่งที่เราไม่ได้วางแผนไว้ตั้งแต่แรกครับ
AIMM: เหมือนกันกับที่เทศน์พูดเลยครับ ยิ่งเราคาดหวังมากจนอาจจะทำให้กลายเป็นความหวังผลลัพธ์จนกดดันมากเกินไป และมันจะออกมาดีไม่มากพอกับที่ตั้งใจไว้ เพราะแน่นอน ทุกคนอยากทำผลงานออกมาได้ดี จนลืมจดหมายที่แท้จริงไป และผมว่าทุกคนก็อยากพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในทุกๆวัน ผมเองก็เหมือนกันครับ ผมก็อยากทำให้ดีที่สุดกับทุกงานและพัฒนาให้ดีขึ้นในทุกผลงานที่ผมทำครับ

“เมื่อไหร่ที่เราคาดหวัง เรามักจะไม่ได้สิ่งนั้นในวงการนี้… ในโมเมนต์ที่เราทำการแสดง ถ้าเรายิ่งพยายามมันยิ่งไม่ได้ เพราะว่าเราไม่ได้เป็นตัวละครแล้ว”
– เทศน์ ไมรอน
Photographer: Piyawat Jarunpong
Assistant Photographer: Chudchpong Aumponrat, Thana Waiwong
Videographer: Worapas Dusadeewijai
Video Editor: Rattanawadee Chaiwattanakulkij
Fashion Editor: Watcharachai Nun-ngam
Assistant Stylist: Panithan Prasongsanti, Thanawat Nitithanaiyaphong
Content Creator: Asa Ngamkala, Charinrat Pengcharoen
Make-up Artist: Chaidit Somsong (Tate), Nut Sangkong (Aimm)
Hair Stylist: Nongnat Buaampai (Tate), Thanat Thongphakwaen (Aimm)
All Clothes: Dry Clean Only, Gucci, Fendi, Ferragamo, Prada, Moschino, Vivienne Westwood
ติดตามอ่านเนื้อหาจาก Men’s Folio Thailand เพิ่มเติมได้ที่ mensfoliothailand.com และติดตามความเคลื่อนไหวอื่นๆ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย @mensfolioth













