หลังจากสร้างปรากฏการณ์ และความสำเร็จไปในปี 2025 ครั้งนี้ GELBOYS กลับมาอีกครั้งใน GELBOYS 2 พร้อม 4 หนุ่มนักแสดงนำที่ทุกคนรักอย่าง นิว – ชยภัค ตันประยูร, ไป๊ป – มนธภูมิ สุมนวรางกูร, พีเจ – มหิดล พิบูลสงคราม และ เลออน เซ็ค ซึ่งกลับมาสานต่อบทบาทเดิมจาก GELBOYS 1 พร้อมความพิเศษด้วยการเติมเต็มเส้นเรื่องจากอีก 2 นักแสดงใหม่อย่าง ภีม – วีรวิชญ์ สดศรีสุวรรณ และ ไม้ – ณัฐภัทร เพิ่มพงศ์พันธ์ ในบทบาทลูกชายของ 4 ตัวละครหลักที่จะมาพาเราเดินทางไปกับเส้นเรื่องของ GELBOYS 2 ที่จะพาเราไปสำรวจโลกของวัฒนธรรม T-Pop และ ‘การติ่ง’

เรามีโอกาสได้คุยกับทั้ง 6 หนุ่ม พร้อมถ่ายแฟชั่นเซ็ตสุดพิเศษที่จะพาเราไปสัมผัสตัวตนของพวกเขา ไปจนถึงความท้าทายและความสนุกในการได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งใน GELBOYS 2
อ่านเพิ่มเติม: MATCH POINT: ‘เตโช-ปิง’ กับจังหวะชีวิตที่ลงตัวของการแสดง แร็กเกต ไลฟ์สไตล์ และการเติบโต
ช่วยเล่าถึง GELBOYS 2 ก่อนว่าเราจะได้เห็นอะไรบ้างในการกลับมาครั้งนี้?
New: ก็จริงๆ GELBOYS 2 นี้ แน่นอนว่าเราก็ยังคงคอนเซปต์, กลิ่นอาย และมวลของ GELBOYS 1 อยู่ แน่นอนว่าจะได้เห็นตัวละครทั้ง 4 คน แล้วก็น้องๆ เพิ่มมาใหม่นะครับ ก็คือน้องภีมและน้องไม้ เข้ามาเป็น GELZBABY ครับผม แล้วก็ไวบ์ของสยาม ความเป็นวัยรุ่นทั้งหมดก็ยังอยู่ในเรื่องนี้ แต่ว่าสิ่งที่มันเพิ่มมาคือ อีกหนึ่งคอนเซปต์อย่างเรื่องของสถานะติ่งแฟนอย่างที่คำโปรยของ GELBOYS 2 ได้ประกาศออกมาแล้ว ซึ่งมันก็จะว่าด้วยเรื่องของศิลปิน แฟนคลับ T-Pop ที่เป็นไอคอนอีกอย่างหนึ่งในยุคนี้เหมือนกัน
Pide: ใน GELBOYS 2 เราก็จะแทนความสัมพันธ์ของการรักใครสักคนเหมือนการติ่งเขา แบบที่เราพร้อมทำทุกอย่างให้ แล้วก็รักแบบไม่มีเงื่อนไขครับ ซึ่งเราก็ได้แรงบันดาลใจมาจากแฟนคลับที่เขาดีกับพวกเราด้วย แล้วเราก็รู้สึกว่าในยุคนี้ที่มีความเป็น T-Pop แล้วก็ความเป็น Gen Z เราก็อยากจะถ่ายทอดเรื่องราวของ T-Pop ให้มากขึ้นครับ ซึ่งแน่นอนว่ามันก็จะต่อเนื่องจาก GELBOYS 1เลย ทุกคนจะได้เห็นพัฒนาการของตัวละคร ความรักของแต่ละคู่ พอมาต่อที่ GELBOYS 2 ความสัมพันธ์จะดำเนินไปแบบไหน พัฒนาแบบไหนต้องรอติดตามครับ
New: เพราะว่าจริงๆ แล้ว ตัวละครของเราทั้ง 4 คน ไม่ได้มีแค่เส้นของเรื่องความรัก แต่มีเส้นของเรื่องมิตรภาพ การเคลียร์ความสัมพันธ์บางอย่างที่ติดค้างในใจด้วย เตรียมตัวครับผม
การที่มีสมาชิกใหม่อย่าง ภีมกับไม้เข้ามาเสริมทีม ไดนามิกของความเป็น GELBOYS มันเปลี่ยนไปยังไงบ้าง?
Pide: ผมว่ามันจะมีความเป็นเด็กมากขึ้นครับ เพราะว่าความจริงในเรื่อง เจล กับ เบบี้ จะเป็น รุ่นลูกของเราทั้ง 4 คน ซึ่งเราจะยังไม่เฉลยว่าทั้งเจลและเบบี้เป็นลูกของใคร แต่ว่าจะเป็นตัวละครที่คอยเล่าเรื่องแล้วก็ตามหาเหตุผลของ Conflict ต่างๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้น แล้วก็เป็นตัวเชื่อมของเรื่องราวด้วยเหมือนกันครับ
PJ: การมีน้องๆ เข้ามามันก็เพิ่มเอนเนอร์จี้ให้กับพวกเรานะ แล้วก็ได้รับเอนเนอร์จี้ใหม่ๆ ด้วย ทำให้รู้สึกว่าจักรวาล GELBOYS มันใหญ่ขึ้น เหมือนเราได้ไปเจอคนมากขึ้น เพราะว่าตอนแรกใน GELBOYS 1อาจจะรู้สึกว่า เราเป็นเด็กๆ 4 คน เรื่องราวก็เป็นความสัมพันธ์ของเด็ก 4 คน แต่พอมาถึง GELBOYS 2 ที่ต้องการความรู้สึกว่า เรื่องราวของตัวละครต้องเข้าถึงคนมากขึ้น เข้าถึงแฟนคลับ เข้าถึงเด็กๆ มากขึ้น การมีน้องๆ เข้ามาเติมเต็มก็ช่วยในด้านนี้ได้เยอะครับ
สำหรับ 4 หนุ่มที่ต้องมาเล่าเรื่องราวต่อจาก GELBOYS 1 พัฒนาการของตัวละคร และการทำงานในครั้งนี้ท้าทายเรามากแค่ไหน?
Pide: ผมว่าข้อแรกเลยคือ พวกเราทั้ง 4 คนก็สนิทกันมากขึ้น การเข้าซีน หรือว่าการต่อบทกันมัน flow ขึ้น ง่ายขึ้น เพราะว่าช่วงที่ workshop กัน เหมือนเรากลับเข้าไปในตัวละครง่ายกันมากเลยครับ
Pide: challenge จริงๆ ก็คือการเติบโตของตัวละครมากกว่า ที่เราจะต้องค่อยๆ โตไปกับตัวละคร ในทิศทางที่บทต้องการ แล้วก็แต่ละคนก็จะมีจุดที่แตกต่างกันไปในการพัฒนาบทของตัวเอง
GELBOYS 1 ถือว่าประสบความสำเร็จมากๆ อะไรคือความท้าทายของน้องไม้ และน้องภีม ในการเข้ามาเติมเต็มใน GELBOYS 2 ?
Peem: ก็รู้สึกว่าอาจจะรู้สึกกดดันนิดหนึ่งครับ เพราะว่า GELBOYS 1เขาทำไว้ดีครับ แล้วเรื่องนี้ก็เป็นผลงานแสดงเรื่องแรกของพวกผม 2 คนด้วย ก็ค่อนข้างท้าทายเลยครับเพราะ เราต้องไปเรียนการแสดง เรียนเต้น เรียนร้องเพลง ต้องหาอะไรใหม่ๆ ที่เรายังไม่เคยได้ลองด้วยครับ
Mye: ไม้รู้สึกว่าการมาร่วมในโปรเจกต์นี้มันท้าทายมากครับ เพราะว่าไม้รู้สึกว่า ด้วยความเป็น Gen Z มันอาจจะค่อนข้างใกล้ตัวไม้กับภีม แต่ความท้าทายมันคือการที่เราต้องนำเสนอมันออกมาให้สามารถเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น หรือว่าให้มันออกมาใหม่ในแบบของเบบี้กับเจลครับ
พอ GELBOYS 2 ใช้ชื่อว่า “ตกอยู่ในสถานะติ่งแฟน” แต่ละคนเคยมีโมเมนต์ติ่งของตัวเองบ้างไหม?
PJ: ผมเคยมีประสบการณ์ ตั้งแต่ช่วงเด็กๆ เลยครับ ผมว่าผมติ่งศิลปินหลายคน ตอนเด็กๆ เลยก็จะเป็นพี่บี้ สุกฤษฎิ์ ตอนนั้นก็จะมีป้าพาไปดูคอนเสิร์ตมาตั้งแต่เด็กเลย เวลาที่ศิลปินเขามีทัวร์ตามต่างจังหวัด ที่บ้านก็จะพาไปดูตลอดครับ
Pide: มี ไป๊ป-มาก่อน ไหม? (หัวเราะ)
PJ: มีครับ แต่ว่าติดตามในยูทูบนะ ตอนนั้นผมอยู่เชียงใหม่
Leon: ผมไม่เคยเป็นติ่งศิลปินคนไหนเลยตั้งแต่เกิดมา มีโมเมนต์ที่รู้สึกว่าเป็นครั้งแรกจริงๆ ที่เราเหมือนเป็นติ่งศิลปิน ก็น่าจะเป็นพี่นวย (Milli) แบบว่าเราเห็นเขาขึ้นสเตจแล้วเราแอบกรี๊ดในใจหนักมาก แล้วรู้สึกว่าเรามีความสุขมาก
นอกเหนือจากบทบาทของศิลปิน และนักแสดง ในวันว่างของเรา แต่ละคนชอบทำอะไร?
Pide: ถ้าว่างพวกเราจะ Healthy มากๆ ครับ ค่อนข้างรักสุขภาพกันมาก เพราะฉะนั้นเราจะพักผ่อนครับ (หัวเราะ) ก็จะพยายามนอนให้ครบ 8 ชั่วโมง
New: แต่ถ้ามีว่างติดกันแล้วสิ่งที่เราอยากทำคืออะไร สำหรับผม ผมก็ยังจะตอบว่านอนอยู่ดีครับ เพราะตอนเริ่มงานแรกๆ ผมอาจจะทุ่มพลังทั้งหมดให้การทำงาน แต่พอเราทำแบบนั้นไปสักพักหนึ่ง เหมือนเราเริ่มเห็นเอฟเฟกต์แล้วว่าการนอนให้พอมันสำคัญ เพราะสุดท้ายแล้วเราอยากทำงานให้มีคุณภาพมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ครับ ก็เลยให้ความสำคัญกับการนอนมากๆ ครับ
เวลาที่เราทำงานเยอะๆ เราใช้วิธีไหนในการผ่อนคลาย ดึงตัวเองออกจากงาน?
Pide: ผมว่าเป็นการกินให้ดีครับผม ทำงานเสร็จเราจะไปกินข้าวกัน กินข้าวอิ่มก็นอน
New: จริงๆ แล้ว มวลรวมของ GELBOYS หมายถึงว่า GELBOYS ไม่ใช่แค่เรา 6 คนแล้วตอนนี้ แต่รวมถึงพี่ๆ ทีมงานเบื้องหลัง พี่ๆ ผู้จัดการ ทีมของเรา การที่เราทุกคนอยู่ด้วยกันมันทำให้บางครั้งเราผ่านเรื่องเครียดๆ หรือผ่านเรื่องยากๆ ไปได้ง่ายขึ้น

ความสนุกของการที่ได้กลับมาทำโปรเจกต์นี้ด้วยกันอีกครั้งคืออะไร?
Leon: ภาพที่เราเห็นชัดเลยว่าเปลี่ยนไปคือ พอมาแสดง GELBOYS 2 ให้ความรู้สึกที่ไม่เหมือนกับ GELBOYS 1เลย ตอนที่เข้าซีนแต่ละซีน ความเฟรชใน GELBOYS 1 ตอนที่เรายังไม่รู้จัก GELBOYS แล้วเราต้องเรียนรู้ไปกับตัวละคร มันถูกเปลี่ยนไปเป็นอินเนอร์ใหม่ในคาแร็กเตอร์เดิม และการได้เห็นพัฒนาการของตัวละคร มันทำให้เรารู้สึกว่าเราภูมิใจในการเติบโตของเขา เราเริ่มสร้างมาด้วยกัน 4 คน จนตอนนี้เรามีกัน 6 คน แล้วด้วยครับ
Pide: สำหรับผมมันคือ ความคิดถึงครับ เพราะว่าเราทั้ง 4 คน คิดถึงตัวละครอยู่แล้ว เราสร้างกันมา แล้วเราก็พัฒนามันมาตลอด เติบโตไปพร้อมกับทีมงานทุกๆ คน ผมก็คิดถึง พี่ๆ ทีมงาน บรรยากาศเก่าๆ ที่เราเคยทำงานกัน ได้เจอกันทุกวัน ที่สำคัญผมรู้สึกว่า แฟนๆ GELBOYS ก็คิดถึงกันมาก เราก็อยากให้ทุกคนได้เห็นการเติบโตของตัวละครครับ
New: สำหรับผม ผมรู้สึกว่าความสนุกของ GELBOYS 2 คือ GELBOYS 1เหมือนเป็นปีชงของ โฟร์มด เขาจะดูเป็น Loser ดูแพ้ ดูร้องไห้ GELBOYS 2 ผมรู้สึกว่ามันจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ ของโฟร์มดมากขึ้น ดูเป็นแบบ “this is my year” เป็นความรู้สึกแบบนี้ เป็นเหมือนซูเปอร์ไซย่าร่าง 2 (หัวเราะ) มันเป็นความรู้สึกแบบ “มาแล้ว นี่แหละปีของชั้น” อะไรอย่างนี้ ผมในฐานะนักแสดงก็สนุกมากที่ได้กระโจนลงไปเล่นในซีนต่างๆ ครับ
PJ: สำหรับผมคงเป็นเรื่องของบทครับ เพราะผมรู้สึกว่าตอนที่ GELBOYS 1 เหมือนมันกำลังสวยนะ แต่พอได้อ่านบทของ GELBOYS 2 รู้สึกว่า ตื่นเต้น แล้วก็รู้สึกว่ามันมีแพชชั่นมากขึ้น ไม่คิดว่าเนื้อเรื่องที่เขาเขียนต่อมันจะสามารถทำให้เราตื่นเต้น แล้วก็สนุกได้ขนาดนี้ ก็รู้สึกว่าชอบ GELBOYS 2 มากๆ ครับ
แล้วภีมกับไม้ล่ะ การได้มาจอยทีมใน GELBOYS 2 สนุกยังไงบ้าง?
Mye: สำหรับไม้ ไม้อาจจะไม่ได้เป็นนักแสดงในภาคแรกเหมือนกับพี่ๆ แต่ว่าในภาคแรก ไม้อยู่ในฐานะคนดูมาก่อน ไม้รู้สึกว่าพอได้มาอยู่ในฐานะนักแสดงของ GELBOYS 2 ไม้รู้สึกว่ามันสนุกไปหมดเลยครับ มันน่าตื่นเต้นไปหมดเลย ที่เราได้ลองอะไรใหม่ๆ ได้เรียนรู้หลายเรื่อง แล้วก็มีอะไรให้เรียนรู้อีกเต็มไปหมดเลยครับ ก็เลยรู้สึกว่านั่นคือความสนุกที่ได้มาทำตรงนี้ด้วยครับ
Peem: มันเป็นประสบการณ์ที่ใหม่มากครับ แล้วก็รู้สึกว่า พอมาทำงานกับพวกพี่ๆ ทั้ง 4 คนจาก GELBOYS 1 ก็รู้สึกว่ามันอบอุ่นมากครับ มันเหมือนเป็นครอบครัวจริงๆ พี่ๆ เขาดูแลดีมากครับ
Photographer: Intrachai Watmakawan
Videographer: Thaikom Suktalordcheep
Fashion Editor: Watcharachai Nun-ngam
Content Creator: Asa Ngamkala, Rattanawadee Chaiwattanakulkij
Touch-up: Vinai Jumpaprom
Photographer Assistant: Suratham Thepphasut
Fashion Assistants: Sanhanat Phongsawanit, Sirapapha Wattanaworawate, Chonlasit Prompinij
All Clothes: COMME des GARÇONS, COMME des GARÇONS COMME des GARÇONS, BLACK COMME des GARÇONS, CDGCDGCDG, COMME des GARÇONS PLAY, COMME des GARÇONS HOMME, COMME des GARÇONS HOMME PLUS
ติดตามอ่านเนื้อหาจาก Men’s Folio Thailand เพิ่มเติมได้ที่ mensfoliothailand.com และติดตามความเคลื่อนไหวอื่นๆ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย @mensfolioth










