จากนายแบบที่โดดเด่นบนรันเวย์แฟชั่น ในวันนี้ชื่อของ อิน – จักราสินธุ์ อัศวธนะชัย ถูกแนะนำให้รู้จักในฐานะนักแสดงหนุ่มที่น่าจับตามอง ตั้งแต่การเดบิวต์ผลงานเรื่องแรกกับซีรีส์ ‘The Wicked Game เกม รัก ลวง’ ในปี 2568 ที่ผ่านมา จนกระทั่งการร่วมงานในละครฟอร์มยักษ์อย่าง หงสาวดี ที่ทำให้เขากลายเป็นนักแสดงหนุ่มที่ถูกพูดถึงผ่านสเน่ห์และความน่าสนใจ

ในปีนี้อินกำลังจะมีผลงานแสดงเรื่องใหม่ กับการรับบทนำครั้งแรกในละคร ‘อรุณรุ่ง’ ที่เขาบอกกับ Men’s Folio Thailand ว่านี่คือบทบาทที่ดราม่า และยากมาก วันนี้เราขอพาคุณไปทำความรู้จักกับอิน ทั้งในแง่มุมของการเป็นนักแสดง แพสชั่น ไปจนถึงไลฟ์สไตล์และแฟชั่นที่เขา ‘กำลังอิน’
ศาสตร์การแสดงที่ ‘แสนวิเศษ’
MF: จากการเป็นนายแบบมาสู่บทบาทนักแสดง ตอนนี้อินชอบบทบาทไหนมากกว่ากัน?
อิน: ตอนนี้ชอบการแสดงมากกว่าครับ มีความรู้สึกว่าในแต่ละวันมันเปลี่ยนไป ทั้งอารมณ์ ทั้งบริบท ความคิดต่างๆ เหมือนได้ทำสิ่งใหม่ทุกวันครับผม
MF: ‘หงสาวดี’ เป็นบทบาทที่ดูไกลตัวและเป็นละครฟอร์มใหญ่ อินได้เรียนรู้อะไรบ้างจากการร่วมแสดงโปรเจกต์นี้?
อิน: สิ่งที่ได้เลยคือ อินพูดชัดขึ้น ด้วยความที่บทพูดในเรื่องนี้ค่อนข้างยาก เป็นภาษาโบราณ เราต้องตีความคำพูดเยอะ ซึ่งเราต้องพูดให้ธรรมชาติที่สุด ผมฝึกแทบจะตลอดเวลาเลยครับ

MF: โปรเจกต์ต่อไปของอินคือ ‘อรุณรุ่ง’ โปรเจกต์นี้ท้าทายกับตัวอินอย่างไร?
อิน: เรื่องนี้อินเล่นคู่กับ องศา (ธีธัช คุ้มเมือง) ครับ เป็นเรื่องความรักต่างชนชั้น ที่ทำให้ตัวละครต้องต่อสู้เพื่อความรัก ความเท่าเทียม และเสรีภาพทางความคิด เพื่อทลายกำแพงเหล่านั้นลงครับ ซึ่งเซตติ้งจะอยู่ในสมัยรัชกาลที่ 7 เป็นบทบาทที่ดราม่า และยากมากๆ ครับ
MF: ต้องเตรียมตัวเยอะไหม?
อิน: เยอะครับ ที่ช่องส่งไปเรียนประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 เลย ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง บุคคลสำคัญในช่วงนั้นมีใครบ้าง เพื่อให้เรารู้แบ็กกราวน์ตัวละคร และในเรื่องนี้อินต้องเล่นเป็นทหารด้วย ก็เลยปรึกษากับรุ่นพี่ที่รู้จัก ให้เขาช่วยแนะนำว่า บุคลิกท่าทางของทหารเขาต้องเป็นอย่างไร ให้เข้าใจถึงตัวละคร และถ่ายทอดบุคลิกของคนที่เป็นทหารให้ออกมาธรรมชาติที่สุด
MF: ตอนนี้ ‘การแสดง’ ในมุมของอินคืออะไร?
อิน: การแสดงเป็นสิ่งที่พอได้สัมผัสแล้วรู้สึกว่ามันวิเศษจริงๆ เพราะก่อนอื่นเราต้องเชื่อก่อนว่าเราเป็นอะไร แล้วสิ่งที่ตามคือคนดูจะได้รับความบันเทิงผ่านเรื่องที่เราเล่าจากตัวละคร

“การแสดงมันวิเศษตรงที่ บางทีเราทำไปโดยไม่คิด แต่ดันมีโมเมนต์ต่างๆ เกิดขึ้น หรือถ้าเราอินกับตัวละครจริงๆ มันจะมีภาพแวบขึ้นมาที่ทำให้เราเชื่อว่าทุกอย่างมันจริง”
– อิน จักราสินธุ์
MF: การแสดงบทที่ดราม่ามากๆ กระทบกับสุขภาพจิตเราไหม? แล้วอินรับมืออย่างไร?
อิน: ความโชคดีของอินคือ เวลาอยู่ ณ โมเมนต์นั้น ผมจะอินกับมันมาก แต่พอสั่งคัตอินก็สลัดออกได้เลย
จริงๆ เคยมีนะครับ ช่วงแรกๆ ที่เริ่มงานแสดงแล้วเอาไม่ออก ผ่านไป 15 นาทีแล้วยังร้องไห้อยู่เลย แต่พอทำไปเรื่อยๆ เหมือนกับว่าเราเริ่มแยกออก ว่าอะไรคือเรื่องจริง อะไรคือการแสดง แสดงจบแล้วขอกลับมาเป็นอินก่อนนะ
MF: อินมีวิธีเตรียมความพร้อมอย่างไรในการทำงาน?
อิน: อินนั่งสมาธิครับ เป็นวิธีที่ทำให้อยู่กับปัจจุบัน เพราะการแสดงก็คือการอยู่ปัจจุบัน การฟังคนตรงหน้าว่าเขาพูดส่งอะไรมา การนั่งสมาธิทำให้ทุกอย่างมันผ่อนคลายจากปัจจัยที่รบกวน ทั้งความตื่นเต้น และความกังวลต่างๆ
อ่านเพิ่มเติม: THE THAI PERSONA คุยกับ 3 ผู้นำความคิดที่ทำให้ “ความเป็นไทย” กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
วันธรรมดาของผู้ชายสบายๆ ที่รักการออกกำลังกาย
MF: อินออกกำลังกายเยอะ อะไรเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้อินไปออกกำลังกาย?
อิน: จริงๆ มันเริ่มมาจากตอนแสดงเรื่องแรกครับ ผมมีความรู้สึกว่าก่อนหน้านี้ที่เป็นนายแบบผมก็จะลีนๆ ไม่ค่อยมีกล้ามเนื้อมาก แต่พอเป็นนักแสดงแล้วมีความรู้สึกว่ามันต้องดูแข็งแรงขึ้นนิดหนึ่ง ก็เลยเริ่มมาเข้ายิมมากขึ้น
อย่างเรื่อง อรุณรุ่ง อินมีความรู้สึกว่า อยากลีนลงมานิดหนึ่งให้ดูไม่ใหญ่เกินไป ไม่หนักเกินไป เพราะผมก็อยากใส่ชุดทหารให้ดูสง่าด้วยครับ
MF: ในวันที่ไม่ได้ทำงาน ‘อิน จักราสินทร์’ เป็นใคร?
อิน: อินเป็นคนรีแลกซ์ คนชิลคนหนึ่ง อะไรก็ได้ กินง่าย ชอบเล่นกับหมา เล่นเกม ถ้าวันก่อนเพิ่งไปออกกองมา วันต่อมาอินจะไม่ยุ่งอะไรกับงานเลย เพราะอินรู้สึกว่า ต้องขอเวลามาเป็นตัวฉันเองบ้าง แล้วช่วงนี้อินก็ติดการตื่นเช้าครับ
อิน: เดี๋ยวนี้อินจะตื่นมายืด ตื่นมาปั๊บก็จะนั่งกับพื้น ยืดเส้น แล้วก็วอร์มปาก วอร์มเสียง การยืดช่วยได้เยอะมาก ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายด้วย แล้วมันก็เป็นการปลุกตัวเองแบบออโต้ด้วยครับ
MF: อินเป็นคน ‘ติดบ้าน’ หรือว่า ‘ชอบทำกิจกรรมข้างนอก’?
อิน: จริงๆ ขึ้นอยู่กับว่าเพื่อนชวนไหมมากกว่า (หัวเราะ) แต่โดยส่วนตัวอินไม่ได้รู้สึกว่าต้องออกไปทำกิจกรรมข้างนอกครับ ปกติก็จะอยู่แถวๆ บ้าน เล่นยิม ออกกำลังกายในหมู่บ้าน เล่นบาสแถวบ้าน เรียกว่าเป็นคนติดบ้านก็ได้ครับ


แฟชั่น ความมั่นใจ และพลังบวก
MF: การเป็นนายแบบและนักแสดงน่าจะทำให้อินได้ลองสไตลิ่งหลายๆ แบบ สไตลิ่งหรือแฟชั่นไอเท็มแบบไหนที่เป็นอินที่สุด?
อิน: เมื่อก่อนอินเป็นคนบ้าสนีกเกอร์มาก โดยเฉพาะ Jordan เพราะอินชอบดูบาส แล้วก็ติดตามวัฒนธรรมฮิปฮอปด้วยก็เลยชอบพวก Baggy Jeans ใส่กับ Air Force 1 หรือว่า Jordan
แต่พอโตขึ้นมีความรู้สึกว่า อยากลองอะไรที่เรียบๆ อย่างเสื้อโปโล กางเกงสแล็ก แล้วก็รองเท้าบูทเชลซี ทุกวันนี้ก็พยายามใส่มากขึ้น (เขาชี้ไปที่รองเท้าบูทของตัวเอง) เมื่อก่อนเรามองว่ามันดูโตไปหน่อย เพราะตอนนั้นเรารู้สึกว่าแบบที่เราเป็นก็เท่แล้ว
MF: อินคิดว่าเสื้อผ้าที่เราใส่ส่งผลกับ energy ในแต่ละวันไหม?
อิน: มีแน่นอนครับ อินรู้สึกว่า ถ้าเราจะออกจากบ้าน เราก็อยากแต่งตัวดีๆ เพราะมันช่วยบูสต์ Self-esteem ให้เราได้ ซึ่งมันก็ทำให้เรามั่นใจ และมีความสุขในการแต่งตัว มันทำให้เราออกจากบ้านไปพร้อมความรู้สึกที่ positive

“การได้แต่งตัวในแบบที่ชอบ มันจะทำให้ทั้งวันของเรากลายเป็นวันที่ดีไปเลย”
– อิน จักราสินธุ์
จดหมายถึงวันที่อินเคย ‘ไม่อิน’
MF: เคยมีช่วงที่อินหาตัวเองไม่เจอว่ากำลังชอบอะไรอยู่บ้างไหม?
อิน: จริงๆ การได้มาเป็นนายแบบก็เกิดจากความที่เราไม่รู้ว่าเราจะไปทางไหนนะครับ เพราะอินเรียนจบช่วงโควิดพอดี เพื่อนๆ ก็จะบอกว่างานหายากนะ พนักงานโดนเลย์ออฟกันเยอะ
ตอนนั้นอินก็ยังไม่แน่นอนกับตัวเองด้วย ไม่รู้ว่าเราอินกับอะไร เพราะเราไม่เคยถามตัวเองสักครั้งว่าในชีวิตอยากทำอะไร ตอนนั้นเราก็รู้แหละครับว่ามันไม่ได้ผิด เพราะแต่ละคนก็ใช้เวลาไม่เท่ากันในการหาตัวตน
ตอนเด็กๆ อินปฏิเสธการแสดงมาตลอด อินไม่ได้มองว่าตัวเองจะทำได้ แต่ตอนนี้อินก็ดีใจทุกครั้งที่เราตัดสินใจทำ ทั้งที่เราไม่ได้เก่ง ไม่มีความรู้เลย แต่นี่แหละที่มันทำให้เราโต

“การที่ยังไม่มีเป้าหมาย ไม่ได้แปลว่าเราไม่เอาไหน เราอาจจะกำลังหาอยู่ก็ได้ การที่อินเป็นนายแบบก็เพราะอยากออกจาก Comfort Zone จนสุดท้ายมันก็กลายเป็นอาชีพ”
– อิน จักราสินธุ์
MF: ถ้าย้อนไปได้อยากบอกอะไรอินคนนั้น?
อิน: อินอยากกลับไปตอนอายุ 15 – 16 เลย (หัวเราะ) อยากบอกว่า “ไอ้หนู เอ็งไปทางนี้ได้นะ อย่าดูถูกตัวเอง” จริงๆ อินอยากให้ตัวเองได้ลองทำตั้งแต่เด็กๆ จะได้รู้ เพราะว่าอินมาเริ่มเป็นนายแบบก็ตอนอายุ 20 – 21 แล้ว อยากกลับไปบอกตัวเองให้ลองก่อน อย่ารีบตัดสินอะไรไปก่อน ถ้าเรายังไม่ลอง เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราชอบหรือไม่ชอบ
MF: ถ้ามองไปในอนาคต สัก 5 ปี ข้างหน้า อินมองว่าตัวเองจะเป็นอย่างไร?
อิน: เป้าหมายหลักในชีวิตอินตอนนี้คือ อินอยากซื้อบ้านให้พ่อแม่ อยากให้เขาสองคนอยู่สบาย มีมุมที่เขาแฮปปี้
อีกเป้าหมายคือ อินอยากได้รางวัลทางการแสดงไม่ว่าจะเร็วหรือช้า อาจจะเกิน 5 ปีก็ได้ แต่ว่าอยากได้รางวัลสักครั้ง เพราะว่าอินดูถูกตัวเองมาตลอด ซึ่งการแสดงมันเป็นการต่อสู้กับตัวเอง และอินอยากให้ตัวเองภูมิใจ
MF: สุดท้ายแล้วความสุขในการที่ได้เป็นนักแสดงคืออะไร?
อิน: ความสุขคือ การได้สำรวจเรื่องราวในชีวิตของตัวละคร เพราะในแต่ละบทที่เคยเล่นมาแทบจะฉีกจากกันหมดเลย การได้เรียนรู้ตัวละคร มันสนุก เหมือนว่าเราได้รู้จักเขาจริงๆ และมันทำให้เราเข้าใจโลกมากขึ้น

“การแสดงมันมีความรู้สึก ความสุข และความสนุกมากขึ้น ทุกวันที่ได้ออกไปทำงาน ซึ่งมันพิเศษมาก”
– อิน จักราสินธุ์
Photographer: Intrachai Watmakawan
Videographer: Pasittha Rungareechairut
Fashion Editor: Watcharachai Nun-ngam
Writer: Asa Ngamkala
Coordinator: Pitipong Pongdam
Makeup: Suriya Thongon
Hair: Pongpana Dosantar
Photographer Assistant: Suratham Thapphasut
Videographer Assistant: Suradit Laorsittipirom
Fashion Assistant: Thanawat Nitithanaiyaphong
ติดตามอ่านเนื้อหาจาก Men’s Folio Thailand เพิ่มเติมได้ที่ mensfoliothailand.com และติดตามความเคลื่อนไหวอื่นๆ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย @mensfolioth










