ท่ามกลางไอแดดร้อนระอุในเดือนมิถุนายน เราได้เจอสองหนุ่ม เตโช พรหมสาขา ณ สกลนคร และ ปิง กฤตนัน อัญชนานันท์ ในคอร์ตเทนนิสกับลุคแฟชั่นสุดเท่ที่มีความเป็นสตรีทผสมกลิ่นอายของสปอร์ตแวร์ พร้อมกับบทสนทนาที่พาเราไปรู้จักทั้งคู่มากขึ้นผ่านบทบาทการแสดง ไลฟ์สไตล์ และความหลงใหลในกีฬา

Ping: เสื้อโค้ตยาวสีเทาอ่อน เสื้อฮู้ดดี้สีเทาอ่อน สปอร์ตแจ๊กเก็ตและกางเกงสเว็ตแพ้นทส์สีเทา ถุงมือหนังสีดำ และสนีกเกอร์ ทั้งหมดจาก Balenciaga
หลายคนอาจคุ้นหน้าคุ้นตาพวกเขาในฐานะนักแสดงรุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง ซึ่งอีกไม่นานเตโชและปิงกำลังจะมีผลงานร่วมกันในบทบาทนักแสดงนำจากซีรีส์ ‘Match Point รักนี้ต้องเสิร์ฟ’ ซีรีส์ที่ว่าด้วยเรื่องราวของนักกีฬาหนุ่มที่ต้องลงสนามจับคู่กับคู่แข่งที่เขม่นกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อ จนเกิดเป็นเรื่องราวความรักสุดอลหม่านที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิต ซึ่งงานนี้ทั้งคู่ต้องทุ่มเทเวลาเพื่อฝึกซ้อมเทนนิสอย่างหนักสำหรับการถ่ายทำเรื่องนี้โดยเฉพาะอีกด้วย
อ่านเพิ่มเติม: พูดคุยกับ ‘จุง อาเชน’ ถึงวิธีคิดในวัย 25 ปี กับกาลเวลาที่หล่อหลอมความท้าทายในอาชีพนักแสดง และสไตล์ที่ไร้ขีดจำกัดร่วมกับ Grand Seiko
The Warm-Up: การเตรียมตัวเข้าสู่บทบาททั้งในและนอกสนาม
การสวมบทบาทเป็นนักกีฬาเทนนิสไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งเมื่อต้องถ่ายทอดออกมาผ่านหน้าจอ ยิ่งต้องอาศัยทั้งทักษะและความสมจริง สำหรับโปรเจกต์นี้ ทั้งเตโชและปิงต้องผ่านตารางการฝึกซ้อมเพื่อเตรียมตัวเข้าฉากอย่างจริงจัง แม้การเทรนเพื่อถ่ายทำจะเน้นไปที่การจัดระเบียบร่างกายและท่าทางให้ถูกต้องมากกว่าการลงสนามแข่งจริง แต่ก็ยังมีความยากเมื่อการเล่นกีฬาจำเป็นต้องใช้สมรรถภาพของร่างกาย

Ping: เสื้อโค้ตยาวสีเทาอ่อน เสื้อฮู้ดดี้สีเทาอ่อน สปอร์ตแจ๊กเก็ตและกางเกงสเว็ตแพ้นทส์สีเทา ถุงมือหนังสีดำ และสนีกเกอร์ ทั้งหมดจาก Balenciaga
ปิงเล่าถึงความทุ่มเทในช่วงเริ่มต้นว่า “ทางค่ายส่งไปเรียนก่อนช่วงถ่าย Pilot ประมาณ 2 เดือนครับ แรกๆ เราเรียนกัน 5 วัน วันละ 1 ชั่วโมง แต่ผมรู้สึกว่ามันน้อยไป เลยขอเพิ่มเป็นวันละ 2 ชั่วโมง จะได้ฝึกแบบเข้มข้นและตีเป็นเร็วๆ” และในช่วงเปิดกล้อง หากมีเวลาว่าง เขาก็ยังหาเวลาไปเรียนอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วันเสมอ
ในขณะที่เตโชเองก็ต้องรับมือกับบททดสอบทางร่างกายอย่างหนัก โดยเขาใช้เวลาฝึกซ้อมเทนนิสมาเป็นระยะเวลากว่าหนึ่งปีเต็ม “เทนนิสเป็นกีฬาที่ตียากและต้องใช้ทักษะเยอะมากครับ ถ้าเราตีผิดวิธี กล้ามเนื้อก็จะปวด ถือว่าค่อนข้างชาเลนจ์เหมือนกัน”
ทว่าความท้าทายไม่ได้หยุดอยู่แค่การควบคุมแร็กเกตบนคอร์ต แต่ยังรวมถึงการแสดงด้วย โดยเฉพาะการที่ต้องทำงานกับมวลอารมณ์ที่ซับซ้อน การรับหน้าที่เป็นตัวละครหลักในการดำเนินเรื่อง จึงต้องใช้เวลาเวิร์กชอปและเรียนการแสดงเพิ่มเติมอย่างหนัก
เพื่อทำความเข้าใจบทบาทให้ลึกซึ้งที่สุด “ตอนแรกผมไม่ได้คิดว่ามันท้าทาย แต่พอมาแสดงจริงๆ มันยากตรงที่เราไม่ได้ถ่ายทำเรียงตามตอนตั้งแต่ 1 ถึง 10 ครับ เราต้องวิเคราะห์และประมวลผลในหัวตลอดเวลาว่า ก่อนจะมาถึงซีนนี้ ตัวละครต้องผ่านอะไรมาบ้าง เพราะแต่ละซีนมีอารมณ์ที่ต่อเนื่องกัน ทั้งทะเลาะ เศร้า มีความสุข เกลียด หรือโมโห” เตโชเล่า
“ถ้าผมตั้งใจทำอะไรสักอย่าง ผมก็จะตั้งใจกับมันมากๆ จะทำแบบที่ตัวผมเองจะไม่ผิดหวัง เพราะเวลาได้ลงมือทำแล้ว เราจะไม่รู้สึกเสียดายเลยถ้าเราทำแบบเต็มที่แล้ว”
– ปิง กฤตนัน
ตัดภาพมาที่ปิง บทบาทของ ‘ซัน’ กลับเป็นบทบาทที่มีความเชื่อมโยงกับตัวตนของเขา โดยเฉพาะในเรื่องของ ‘ความมุ่งมั่น’ ซันคือเด็กหนุ่มที่ตั้งเป้าหมายไว้ว่าต้องเล่นเทนนิสให้ดีที่สุดถึงขั้นติดทีมชาติ ซึ่งความเอาจริงเอาจังนี้สะท้อนภาพของปิงในชีวิตจริงได้อย่างชัดเจน
“สมมติว่าผมตั้งใจทำอะไรสักอย่าง ผมก็จะตั้งใจกับมันมากๆ และมีเวลาให้มันเสมอครับ” ปิงกล่าวทิ้งท้ายในพาร์ตนี้ด้วยแววตาที่แน่วแน่ “ผมทำแบบที่ตัวผมเองจะไม่ผิดหวัง เพราะเวลาที่เราได้ลงมือทำแล้ว เราจะไม่รู้สึกเสียดายเลย ถ้าเราทำมันอย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว”
Off-Duty: ไลฟ์สไตล์ แฟชั่น และจังหวะพักครึ่ง
เมื่อขยับออกจากกองถ่ายและโหมดการทำงาน ไลฟ์สไตล์วันพักผ่อนของทั้งคู่ก็เต็มไปด้วยเอนเนอร์จีและแพสชั่นที่ใส่สุดไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเรื่องกีฬาที่ดูเหมือนจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไปแล้ว
“เอาจริงๆ ตอนนี้ผมสนุกกับการเล่นเทนนิสนะครับ” ปิงเล่าถึงความอินที่เกิดจากการทำงาน “ช่วงแรกๆ ที่ไปเรียนก็มีพี่ๆ เขานัดคิวให้ ทุกวันนี้ผมขอไลน์โค้ชนัดไปเล่นเองเลย เพราะผมอยากเล่นเร็วๆ ช่วงนี้ผมว่าผมชอบเทนนิสมากเลย ทุกวันนี้ในฟีดอินสตาแกรมผมก็มีแต่เทนนิส”
ทางด้านเตโช ‘บาสเกตบอล’ คือกีฬาอันดับหนึ่งในใจของเขาเสมอ “ผมชอบบาสเกตบอลมาก ชอบแบบสุดๆ ถ้าผ่าหัวใจผมออกมาอาจจะมีลูกบาสอยู่ข้างในอะไรอย่างนี้เลย (หัวเราะ)”
“ผมรู้สึกว่าผมชอบกีฬานี้เพราะเป็นกีฬาประเภทที่เราต้องทำคะแนน เราได้เรียนรู้แผน จำแผนการในการเล่น แล้วก็ได้ใช้สกิลเยอะ มันเป็นความชอบที่ผมชอบมากๆ แล้วช่วงนี้ก็อินกับเวทเทรนนิ่งมากเหมือนกัน”
แต่ในวันที่ไม่ได้เสียเหงื่อไปกับกีฬา ทั้งสองหนุ่มก็มีกิจกรรมที่ช่วยชาร์จพลังในแบบของตัวเอง
“ตอนนี้ผมเพิ่งซื้อเครื่องเล่นเกมส์มาใหม่ แล้วผมก็เพิ่งมาติดเกมจากที่ปกติเป็นคนไม่เล่นเกมครับ” เตโชเล่าถึงงานอดิเรกใหม่ “(เล่นเกมอะไรอยู่?) NBA แน่นอนครับ ผมบ้ามาก ผมอยู่กับมันได้ทั้งวัน จริงๆ ผมก็เล่นค่อนข้างหลายเกม สไปเดอร์แมน เกมต่อสู้ แต่แบบที่สุดๆ แล้วสำหรับผมก็คือ NBA” นอกจากนี้เขายังเสริมในมุมที่โตขึ้นว่า “แล้วผมก็ศึกษาเรื่องการลงทุนครับ เพราะว่าโลกเราก็ค่อนข้างพัฒนาไปไกลมากๆ เลยต้องรู้เรื่องนี้ไว้บ้างครับ”

“ผมชอบบาสเกตบอลมาก ชอบแบบสุดๆ ถ้าผ่าหัวใจผมออกมาอาจจะมีลูกบาสอยู่ข้างในอะไรอย่างนี้เลย”
– เตโช
ในขณะที่ปิงเลือกที่จะเอ็นจอยกับโมเมนต์สบายๆ อย่างการกินข้าว ดูหนัง หรือแม้แต่การไปคอนเสิร์ต “ล่าสุดไปคอนเสิร์ตพี่ใหม่ เจริญปุระครับ (หัวเราะ) คือผมไปเพราะว่าแม่อยากไป ผมเคยได้ยินชื่อพี่เขา แล้วผมก็รู้จักแค่เพลง ‘แพ้ใจ’ เพลงเดียว เลยไปแบบไม่คาดหวังเลย” ปิงเล่าด้วยความสนุก “แต่เปิดมาเพลงแรกเป็นเพลง ‘ควักหัวใจ’ อ้าว เรารู้จัก… พอพี่เขาเปิดโชว์ดี มู้ดมันก็ดี สนุกมากครับ คอนเสิร์ตตั้งแต่ 6 โมงเย็นถึง 5 ทุ่ม ผมก็อยู่ได้” เขาอธิบายก่อนเสริมว่า “ช่วงนี้ผมก็อินฟุตบอลโลกด้วยครับ ผมรัก Messi ผมก็เลยเชียร์ทีมอาร์เจนตินา แล้วก็มีดูคอนเทนต์ดูแลผิวหน้า ผมว่ามันดูได้เพลินๆ ดีครับ”
เมื่อพูดถึงเรื่องแฟชั่น เสน่ห์ของทั้งคู่ถูกสะท้อนผ่านการแต่งตัวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ปิงเล่าความเป็นตัวเองผ่านสไตล์ที่เรียบง่าย แต่มีสัดส่วนที่น่าสนใจ ในขณะที่เตโชสนุกกับการสะท้อนวัฒนธรรมอเมริกันผ่านเสื้อผ้า
“ผมชอบแต่งตัว casual ผมเคยให้พี่สาวผมช่วย analyze ว่ารูปร่างแบบผมต้องแต่งตัวแบบไหน” ปิงแชร์ทริคส่วนตัว “เขาก็บอกว่า ผมจะต้องใส่เสื้อข้างใน มีแจ็คเก็ตคลุม แล้วก็กางเกงที่ไม่ฟิตขาเกินไป แล้วก็ไม่ได้ใหญ่เกินไป แล้วก็รองเท้าผ้าใบหรือโลเฟอร์ แล้วก็มี accessory นิดหนึ่ง ผมก็ชอบอะไรประมาณนี้ แล้วผมก็เป็นคนชอบแต่งตัวเพลนๆ”
ทางด้านเตโช เขาให้ความสำคัญกับซิลลูเอตและโทนสี “ผมจะชอบเรื่องการแมตช์ลุคครับ ผมจะไม่ค่อยใส่อะไรซ้ำกัน ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการแมตช์สีนะครับ เช่น ช่วงนี้ผมชอบการแมตช์สีขาวกับสีขาว คือเสื้อขาวกางเกงขาว หรือกางเกงขาวกับเสื้อสีๆ มันจะทำให้เวลาใส่แล้วผมรู้สึกลุคมันสะอาด โปร่ง” “แล้วผมก็ชอบสไตลิ่งกางเกงวอร์มโหลดต่ำหน่อย กับเสื้อรัดๆ อันนี้เป็นความชอบส่วนตัวนะครับ (หัวเราะ) มันมาจากสื่อที่ผมเสพด้วยครับ ผมชอบวัฒนธรรมอเมริกันครับช่วงนี้”
ปิงเสริมขึ้นว่า “ผมว่าสร้อยก็เป็นไอเท็มที่เหมาะกับน้องนะ ผมเห็นน้องใส่สร้อยบ่อย น้องน่าจะชอบ มันก็ดูเข้ากับน้องนะ”
The Match Point: แต้มตัดสิน และการเติบโต
ในเกมเทนนิส ‘Match Point’ คือแต้มสำคัญที่ใช้ตัดสินผลแพ้ชนะ แต่ในชีวิตจริง มันคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้คนเราก้าวข้ามขีดจำกัดและเติบโตขึ้น สำหรับเตโชและปิงที่กำลังอยู่ในช่วงรอยต่อของวัย พวกเขาก็มีแต้มตัดสินในชีวิตที่หล่อหลอมให้กลายเป็นตัวเองในวันนี้เช่นกัน
สำหรับปิง การได้รับโอกาสในซีรีส์เรื่องนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญของเขา “Match Point สำหรับผม ก็คงเป็นการที่ได้มาแสดงคู่น้องเตโชครับ แล้วก็เป็นเรื่องแรกของผมกับน้องในสังกัด GMMTV ด้วย” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “รู้สึกว่ามันเป็นโอกาสครั้งใหญ่สำหรับชีวิตมากๆ ครับ แล้วก็รู้สึกว่ามันเป็น Match Point จริงๆ แล้วก็อยากจะทำให้เต็มที่มากที่สุด”
ในขณะที่เตโช จุดเปลี่ยนของเขาเกิดขึ้นเร็วกว่านั้นเล็กน้อย “สำหรับผมคงเป็นช่วงอายุประมาณ 16 ปีครับ มันเป็นช่วงที่เราไม่รู้ว่าเราจะต้องทำอะไรต่อ หลังจากหมดสัญญาจากโครงการหนึ่ง ผมต้องเลือกว่าจะเข้ามาบ้าน GMMTV หรือจะกลับไปเรียนต่อ” เตโชย้อนความทรงจำ “การตัดสินใจมาเข้าบ้าน GMMTV มันทำให้ผมเปลี่ยนไปทุกด้านเลย ทั้งความคิด ทั้งการที่ต้องมาเจอผู้คน มันทำให้เราได้ประสบการณ์และเรียนรู้จากการทำงานในทุกๆ วัน การเจอคนเยอะทำให้เราเข้าใจโลกและเปลี่ยนมุมมองมากๆ ครับ”

“ก่อนอายุ 20 เราเริ่มได้แบกรับความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น… ด้วยความกดดันในตัวเรา มันทำให้เราต้องเปลี่ยนความคิด เปลี่ยนการใช้ชีวิต เพราะเราก้าวเข้าเลข 2 แล้ว”
– เตโช
เมื่ออายุเริ่มก้าวเข้าสู่เลขสอง ความกดดันและความรับผิดชอบก็เพิ่มขึ้นตามเงา เตโชในวัยที่กำลังจะ 20 ปีบริบูรณ์ ยอมรับว่าสภาวะรอบข้างทำให้เขาต้องโตขึ้น “ก่อนอายุ 20 เราเริ่มได้แบกรับความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มันอาจจะยังไม่ได้เยอะ แต่ด้วยความกดดันในตัวเรา มันทำให้เราต้องเปลี่ยนความคิด เปลี่ยนการใช้ชีวิต เพราะเราก้าวเข้าเลข 2 แล้ว ก็อาจจะต้องวางแผนหลายๆ อย่างเกี่ยวกับอนาคตมากขึ้นครับ”
ส่วนปิงในมุมที่เข้าสู่วัย 21 ปี เขาเองก็มีความคิดที่สอดคล้องกัน “พอมันโตมากขึ้น มันก็เครียดมากขึ้นครับ เหมือนตอนก่อนจะอายุ 20 ผมรู้สึกว่ามันนานมากเลยนะ แต่พออายุ 20 แล้วเนี่ย แป๊บเดียวผมก็จะ 22 แล้ว ตอนแรกมีคนเคยพูดแบบนี้กับผมนะว่ามันจะรู้สึกเร็วมาก แล้วผมก็ไม่เชื่อ แต่พอได้สัมผัสความรู้สึกจริงๆ ว่ามันเร็วมากเลย มันก็เลยรู้สึกว่าต้องวางแผนชีวิตดีๆ”
แม้จะมีความกดดัน แต่ทั้งคู่ก็ยังมีเป้าหมายที่อยากพุ่งชน เตโชวางแผนเรื่องการลงทุนและตั้งเป้าอยากเดินทางไปซึมซับวัฒนธรรมที่อเมริกาสักครั้งก่อนอายุ 20 เพื่อเปิดมุมมองความคิด ส่วนปิงมีความฝันที่ใหญ่ไม่แพ้กัน นั่นคือการมีคอนเสิร์ตเป็นของตัวเอง “ผมอยากให้เป็นคอนเสิร์ตที่สนุกจนทุกคนไม่หยิบมือถือมาถ่าย แล้วมาสนุกด้วยกันจริงๆ ครับ อยากให้ทุกคนได้ลุกมาเต้น ร้องเพลงไปด้วยกัน”

“เหมือนตอนก่อนจะอายุ 20 ผมรู้สึกว่ามันนานมากเลยนะ แต่พออายุ 20 แล้ว แป๊บเดียวก็จะ 22 แล้ว… พอได้สัมผัสความรู้สึกจริงๆ ว่าเวลาผ่านไปเร็วมาก ก็เลยรู้สึกว่าต้องวางแผนชีวิตดีๆ”
– ปิง กฤตนัน
ก่อนจะจบการสนทนาในวันนั้น ทั้งสองหนุ่มไม่ลืมที่จะฝากผลงานที่เป็นเสมือนบททดสอบความมุ่งมั่นของพวกเขา
“ผมกับพี่ปิงทุ่มเทมาก ตั้งใจเล่นมาก บางซีนพี่ปิงเขาถ่ายไป 3-4 เทคแล้ว แต่เขายังอยากทำอีก 6 7 8 เทค เพราะเขาอยากให้ผลงานออกมาดีที่สุด” เตโชเล่าถึงบรรยากาศในกองถ่ายด้วยความชื่นชม “ทุกครั้งที่ผมคุยกับพี่ปิง เขาจะคอยให้กำลังใจว่าสู้หน่อย แล้วมันจะได้ภาพที่สวยออกมา ในความคิดพี่ปิงมีแต่ซีรีส์เรื่องนี้ เห็นพี่เขาทุ่มเทมาก แล้วผมจะไม่ทุ่มเทยังไงไหว”
“เรื่องนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเทนนิส ใครที่ชอบเทนนิสก็อยากให้ได้มาดูนะครับ” ปิงกล่าวปิดท้ายด้วยรอยยิ้ม “เพราะว่าเรื่องนี้มันเป็นมากกว่าแค่เรื่องของเทนนิส มันมีสอนเรื่องการเติบโต การเปิดรับ การเปิดใจ แล้วก็ยังมีเรื่องของมิตรภาพกับแก๊งเพื่อนด้วย เป็นซีรีส์ที่ดูแล้วน่าจะมีความสุขแน่นอนครับ”


Ping: เสื้อเทรนช์โค้ตสีเทา เสื้อนิตแขนยาวพิมพ์ลายสไตรป์ กางเกงขายาวสีน้ำเงินเข้ม และรองเท้าหนังสีน้ำตาลแบบผูกเชือก ทั้งหมดจาก Paul Smith

Photographer: Intrachai Watmakawan
Videographer: Thaikom Suktalordcheep
Fashion Editor: Watcharachai Nun-ngam
Writer: Asa Ngamkala
Content Creator: Rattanawadee Chaiwattanakulkij
Makeup: Wiranphat Aphichaikasemphong
Hair: Patipan Langkapayom
Photographer Assistant: Pharunwat Sivapitipat
Videographer Assistant: Suradit La-orsittipirom
Fashion Assistants: Panithan Prasongsanti, Sirapapha Wattanaworawate, Chonlasit Prompinij
Location: Shangri-La Bangkok, 89 Soi Wat Suan Plu, New Road, Bangrak, Bangkok 10500, Thailand
ติดตามอ่านเนื้อหาจาก Men’s Folio Thailand เพิ่มเติมได้ที่ mensfoliothailand.com และติดตามความเคลื่อนไหวอื่นๆ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย @mensfolioth










