สเปน คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 ได้อย่างยิ่งใหญ่และสมศักดิ์ศรี หลังพิธีปิดฉากศึกฟุตบอลโลกปี 2026 ลงอย่างเป็นทางการ โดยชัยชนะในครั้งนี้นับเป็นการคว้าถ้วยรางวัลสูงสุดของโลกมาครอบครองได้เป็นสมัยที่ 2 ของทัพกระทิงดุ หลังจากเอาชนะทีมชาติอาร์เจนตินาไปได้อย่างดุเดือดด้วยสกอร์ 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ โดยได้ เฟร์รัน ตอร์เรส (Ferran Torres) สวมบทฮีโร่พังประตูชัยในนาทีที่ 106 จากการแอสซิสต์อย่างแม่นยำของ นิโก วิลเลียมส์ (Nico Williams)
ไฮไลท์สำคัญของพิธีวันปิดการแข่งขัน FIFA WORLD CUP 2026
นอกจากการแข่งขันในสนามที่ตื่นเต้นตระการตาแล้ว ไฮไลท์สำคัญของพิธีวันปิดการแข่งขัน FIFA World Cup 2026 ก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน โดยเริ่มต้นเปิดเวทีต้อนรับแฟนบอลทั่วโลกด้วยเพลง ‘Champions’ จากสตรีมเมอร์ชื่อดังระดับโลกอย่าง IShowSpeed ก่อนตามด้วยสองศิลปินฮิตอย่าง Post Malone และ Swae Lee ที่แท็กทีมมาร้องเพลงฮิตระดับโลกอย่าง ‘Sunflower’ พร้อมด้วย ร็อบบี้ วิลเลียมส์ (Robbie Williams), นิโคล เชอร์ซิงเกอร์ (Nicole Scherzinger) และ เลารา เพาซีนี (Laura Pausini) ที่มาร่วมขับร้องเพลงธีมหลักของงานอย่าง ‘Desire’
ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนที่ความยิ่งใหญ่ของการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศจะเริ่มต้นขึ้น แฟนบอลทั่วสนามยังได้เห็นการปรากฏตัวของสองตำนานฟุตบอลระดับโลกอย่าง อันเดรส อิเนียสตา (Andrés Iniesta) จากทีมชาติสเปน และ มาริโอ เคมเปส (Mario Kempes) จากทีมชาติอาร์เจนตินา ในฐานะผู้เชิญถ้วยฟุตบอลโลกสู่สนามอย่างเป็นทางการ
อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม : พาชมดีเทล หีบใส่ถ้วยรางวัลฟุตบอลโลก FIFA World Cup 2026™ จาก Louis Vuitton กับ 16 ปีในฐานะผู้สนับสนุนหลัก
ขณะที่ในช่วงพักครึ่งนัดชิงชนะเลิศ ได้สร้างปรากฏการณ์ระดับโลกด้วยการขนทัพศิลปินระดับโลกอย่าง BTS, Justin Bieber, Shakira, Madonna และ Burna Boy มาร่วมแสดงโชว์ครั้งประวัติศาสตร์ เสริมทัพด้วยคาแร็กเตอร์การ์ตูนระดับไอคอนิกอย่าง Sesame Street และ The Muppets ที่มาร่วมสร้างสีสันและความสดใสบนเวที เติมเต็มบรรยากาศแห่งความสุขและปิดฉากศึกฟุตบอลโลก 2026 ลงอย่างเป็นทางการและสมบูรณ์แบบ
ติดตามอ่านเนื้อหาจาก Men’s Folio Thailand เพิ่มเติมได้ที่ mensfoliothailand.com และติดตามความเคลื่อนไหวอื่นๆ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย @mensfoliothailand













