เรือนเวลาที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานหัตถศิลป์โบราณซึ่งอยู่เบื้องหลังตำนานดาบของเหล่าซามูไรอย่าง คอลเลกชั่น ดามัสกัส (Damascus) ได้ถ่ายทอดถึงความเชี่ยวชาญของ Franck Muller ในการเปลี่ยนแปลงรูปของโลหะแห่งตำนานมาสู่ผลงานสร้างสรรค์การประดิษฐ์นาฬิกาอันร่วมสมัย

เหล็กดามัสกัส หรือ Damascus steel มีต้นกำเนิดนับย้อนกลับไปสู่ตำนานของเมืองโบราณดามัสกัส ที่ซึ่งมีดดาบยุคแรกๆ ได้ถูกตีขึ้นรูป และในเวลาต่อมาจึงเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั่วโลกด้วยคุณสมบัติของความแข็งแรงทนทานพิเศษ พร้อมด้วยลวดลายอันโดดเด่น
หัวใจของคอลเลกชั่นเรือนเวลา Vanguard Damascus จึงอยู่ที่โลหะผสมอันซับซ้อนทันสมัยซึ่งถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้บรรจบกับคุณสมบัติอันเป็นที่ต้องการในการประดิษฐ์สร้างสรรค์นาฬิกาชั้นสูง โดยรังสรรค์ขึ้นจากโลหะสเตนเลสสตีลออสเตนิติกที่ไม่เป็นแม่เหล็ก ซึ่งยังทำหน้าที่ช่วยปกป้องกลไกให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากสนามแม่เหล็ก ขณะเดียวกันก็มอบคุณสมบัติด้านความแข็งแรงทนทานสูงพิเศษต่อการกระแทก โดยผ่านกระบวนการผลิตซึ่งจดสิทธิบัตรจากเทคนิคในการผสมผสานผงสตีลสองชนิดต่างกันในรูปแบบของการผสานชั้นต่างๆ เข้าด้วยกัน กระทั่งให้ผลลัพธ์มาเป็นดามัสกัส สตีล ที่ทั้งทนทานสูงและบริสุทธิ์อย่างน่าทึ่ง
อ่านเพิ่มเติม: Franck Muller นำเสนอเรือนเวลา Round Triple Mystery
คุณลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์ของวัสดุนี้ยังถูกเผยผ่านกระบวนการผลิตเฉพาะอันเชี่ยวชาญที่เกิดขึ้นภายในโรงงานการผลิตของแฟรงค์ มุลเลอร์ทั้งหมด และเมื่อโลหะนี้ถูกอาบลงในอ่างแช่กรด (สิบนาทีสำหรับตัวเรือน และห้านาทีสำหรับหน้าปัด) จึงจะค่อยๆ เผยลวดลายของชั้นต่างๆ อันโดดเด่นขึ้นบนพื้นผิวได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งสร้างสรรค์เป็นลวดลายอันซับซ้อนละเอียดอ่อนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะเพียงหนึ่งเดียวให้กับแต่ละเรือนเวลา
คอลเลกชั่นนาฬิกานี้มีให้เลือกในรุ่นแสดงเวลาแบบสามเข็มชี้ เช่นเดียวกับในรุ่น แวงการ์ด ดามัสกัส เรซิ่ง (Vanguard Damascus Racing) ซึ่งเป็นตัวแทนของความสมดุลอันสมบูรณ์แบบระหว่างนวัตกรรมทางเทคนิคของดามัสกัส สตีล และสุนทรียะความสวยงามอันประณีตวิจิตรของ แวงการ์ด เรซิ่ง สเกเลตัน (Vanguard Racing Skeleton)

การตกแต่งแบบเปลือยโปร่ง หรือโอเพนเวิร์ก (openworked) อันเย้ายวนใจได้ผสมผสานอยู่ในเรือนเวลา แวงการ์ด ดามัสกัส เรซิ่ง ด้วยรูปแบบของนาฬิกาสเกเลตันที่มีมิติอันลุ่มลึกและประณีต ซึ่งเผยให้เห็นถึงโครงสร้างสถาปัตยกรรมจักรกลอันวิจิตรและซับซ้อนภายใน ตลอดจนตัวเลขที่ถูกตัดขึ้นทีละชิ้นจากดามัสกัส สตีล พร้อมสำหรับตกแต่งภายในตัวเรือนดามัสกัส สตีล อันเพรียวบางซึ่งจัดวางไว้ด้วยดิสก์แสดงวันที่แบบสเกเลตันอันประณีต รับกับโครงร่างเส้นสายแบบเหลี่ยมมุมและหนาของแต่ละตัวเลขบอกเวลา ร่วมไปกับหน้าปัดย่อยแสดงเวลา 60 วินาที ณ ศูนย์กลางของหน้าปัดนาฬิกาทั้งสองรุ่นยังเติมเต็มความสมบูรณ์แบบด้วยสายหนังกรอสเกรนสีดำที่ถูกเลือกมาเพื่อเสริมความโดดเด่นของลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์และความลุ่มลึกมีมิติของดามัสกัส สตีล โดยทุกๆ รายละเอียดได้รับการรังสรรค์และออกแบบขึ้นอย่างพิถีพิถัน นับรวมไปถึงเข็มขัดสายซึ่งทำจากดามัสกัส สตีล ช่วยให้มั่นใจได้ถึงการผสมผสานสอดคล้องกันอย่างกลมกลืนของงานออกแบบนาฬิกาทั้งเรือนได้อย่างไร้ที่ติ
ติดตามอ่านเนื้อหาจาก Men’s Folio Thailand เพิ่มเติมได้ที่ mensfoliothailand.com และติดตามความเคลื่อนไหวอื่นๆ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย @mensfolioth







