ทำความรู้จัก ‘Royal Lightness’ ผลิตภัณฑ์ใหม่สุดโดดเด่น ที่สะท้อนถึงความเบาสบาย ความเงางามอันละเอียดอ่อน และสัมผัสแห่งความพิเศษ ที่เกิดจากการที่ Loro Piana ต้องการค้นหาเอกลักษณ์เฉพาะตัวในโลกสิ่งทอ จนเกิดเป็นเส้นใยผสมระหว่างผ้าไหมและขนแกะเมอริโน อีกทั้งยังเป็นเนื้อผ้าที่ผสมผสานระหว่างไหมและแคชเมียร์ ซึ่งพัฒนาขึ้นภายในบริษัทโดยทีมงานที่ทุ่มเท

หลังจากใช้เวลากว่า 2 ปีในการค้นคว้าอย่างละเอียด ผ่านกระบวนการที่พิถีพิถันในโรงงานที่ทันสมัยของเมซงในเมือง Roccapietra และ Quarona ประเทศอิตาลี ในที่สุดเส้นใย Royal Lightness ก็ถูกคิดค้นขึ้นได้สำเร็จ เส้นใยชนิดนี้มีความละเอียดประณีตสูง และบางเบาอย่างไม่น่าเชื่อ จนแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะถักทอโดยปราศจากความเชี่ยวชาญและความรู้ด้านสิ่งทอของเมซง เพราะการทำงานกับเส้นใยที่ละเอียดเช่นนี้ต้องใช้ความแม่นยำ ความชำนาญ และความรู้เฉพาะทางอย่างสูง เพื่อป้องกันไม่ให้เส้นด้ายขาดระหว่างกระบวนการผลิต

เส้นใย Royal Lightness คือการผสมผสานระหว่างผ้าไหมอันล้ำค่าและขนแกะเมอริโนชั้นดี โดยมีความละเอียดถึง 13.5 ไมครอน ซึ่งมีเพียง 0.05% ของปริมาณการผลิตขนแกะเมอริโนต่อปีของทั่วโลกเท่านั้นที่จะอยู่ในช่วงขนาด 13.0 ถึง 13.8 ไมครอน โดยได้รับการคัดสรรจากประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เมื่อขนแกะเมอริโนถูกนำมาผสมกับผ้าไหมมัลเบอร์รี่ จะเกิดเป็นผ้าไหมที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งมีความละเอียดเพียง 21 เดนิเยร์ (หน่วยวัดความหนาแน่นเชิงเส้นของเส้นด้าย) หรือที่ต่อจากนี้เราจะเรียกมันในชื่อ Royal Silk
อ่านเพิ่มเติม: Nomadic Reverie นิยามใหม่ของสุภาพบุรุษนักเดินทางจาก Loro Piana คอลเลกชั่น FW 2026-2027
ในกระบวนการผลิตเส้นใยชนิดนี้จะได้รับการเคลือบด้วยสารเคลือบพิเศษเพื่อเพิ่มความละเอียดอ่อนและความเปล่งประกายเฉพาะตัว กระบวนการนี้ประกอบด้วยหลายขั้นตอนโดยช่างฝีมือชั้นยอดของเมซง เริ่มต้นจากการหวีและปั่นด้ายดิบอันล้ำค่า จากนั้นจึงบิดเส้นด้ายสองเส้นเข้าด้วยกันอย่างแม่นยำเพื่อเสริมสร้างคุณสมบัติในตัวของเส้นใยแต่ละชนิด และสร้างเส้นด้ายที่บางละเอียดด้วยความเบาที่เป็นเอกลักษณ์และการสะท้อนแสงที่ละเอียดอ่อน หลังจากนั้นจึงถูกเปลี่ยนเป็นผ้าถักเนื้อบางเบาผ่านกระบวนการที่พิถีพิถันซึ่งได้รับการแนะนำจากทักษะความชำนาญเฉพาะทางด้านผ้าของเมซงผ้า
Royal Lightness เป็นผลงานที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างผ้าไหมมัลเบอร์รี่อันล้ำค่าและแคชเมียร์ชั้นดีพิเศษ ซึ่งถูกทออย่างเชี่ยวชาญตามกระบวนการที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก ซึ่งมีเพียงไม่กี่โรงงานเฉพาะทางในอิตาลีเท่านั้นที่สามารถทำได้ ผ้านี้มีน้ำหนักเพียง 350 กรัมต่อตารางเมตร เป็นวัสดุสองด้านที่ผสมผสานผ้าไหมออร์แกนซิโน 21 เดนิเยร์เข้ากับแคชเมียร์เส้นใยยาว 15 ไมครอน เส้นไหมถูกพันรอบแคชเมียร์อย่างชำนาญเพื่อให้มีความเงางาม พร้อมความสามารถในการสะท้อนแสงอย่างละเอียดอ่อน และความแข็งแรงที่จำเป็นสำหรับการทอ
ในขั้นตอนสุดท้าย ผ้าทอจะถูกนำไปตากอย่างระมัดระวังเพื่อให้ได้ผิวฟูที่มีลักษณะยกสูง ซึ่งสะท้อนถึงเอกลักษณ์ของเมซง จากนั้นจึงถูกแปรรูปให้ละเอียดขึ้น โดยการปัดผิว ยกผิว และโกนผิวเพื่อเพิ่มมิติและทิศทาง ซึ่งทำให้ผ้ามีคุณสมบัติการสะท้อนแสงที่เป็นเอกลักษณ์ เมื่อชิ้นส่วนต่างๆ ของเสื้อผ้าพร้อมแล้ว ผ้าจะถูกแยกชั้นและเสริมขอบด้วยเทปละเอียด จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการที่ซับซ้อนและใช้เวลามากที่สุดในการผลิต นั่นคือการเย็บตกแต่งตะเข็บ (Fell stitching) ซึ่งเป็นเทคนิคหัตถกรรมโบราณที่หายาก ซึ่งทำทั้งหมดด้วยมือโดยการใช้เข็มและด้าย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เรียบเนียนและสมบูรณ์แบบทั้งด้านนอกและด้านในของเสื้อผ้า



ติดตามอ่านเนื้อหาจาก Men’s Folio Thailand เพิ่มเติมได้ที่ mensfoliothailand.com และติดตามความเคลื่อนไหวอื่นๆ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย @mensfolioth







