สรุปเทรนด์ล่าสุดส่งตรงจากรันเวย์ประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2025-26 – Part II


Dior Men 

คอลเลกชั่นอำลาของผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ Kim Jones นับเป็นการปลดปล่อยพลังงานอันชัดเจนในการกลับคืนสู่รากเหง้าของ Dior ผ่านภาพของ ‘ผู้ชายในแบบร่วมสมัย’ ที่มีทั้งความแข็งแก่งและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน ในความประณีต ขั้นตอนการตัดเย็บที่
ซับซ้อนและการอ้างอิงประวัติศาสตร์ นับเป็นการวางมาตราฐานใหม่ของความหรูหราผ่านงานอาภรณ์ชั้นสูงของ Christian Dior ช่วงปี 1954-1955 ที่มีเส้นสายที่เรียวยาว องอาจ โดยดึงความเป็นสุภาพบุรุษมาปรับใช้ได้อย่างแยบยล การรวมเอาความคลาสสิกจากยุคศตวรรษที่ 18 ที่เต็มไปด้วยความหรูหราแบบจัดจ้าน ผสานเข้ากับยุคศตวรรษที่ 19 ที่เน้นการใช้งานจริง Kim Jones สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมดุล
โดยไม่หลุดไปจากโครงสร้างที่สามารถสวมใส่ได้จริง แสดงผ่านชิ้นงานอย่าง แจ็กเกตกระดุมเม็ดเดียวเน้นเอวเข้ารูปโชว์สรีระบาร์แจ็กเกตแบบต้นตำรับ โค้ทโอเปร่าและเสื้อคลุมที่ดูนุ่มนวลแต่ยังคงรักษาความเท่ไว้ ในโทนสีที่ทรงพลังอย่าง ขาว ดำ เบจ และชมพูพาสเทล
ถูกจัดวางไว้อย่างถูกต้อง ผ้าคลุมและชุดผ้าปิดตาที่เป็นสัญลักษณ์ของความไร้เดียงสาและความเจ้าเล่ห์ในเวลาเดียวกันนับเป็นคอลเลกชั่นปิดม่านได้อย่างสมบูรณ์แบบของ Kim Jones

Gucci

คอลเลกชั่นเฉลิมฉลองการเดินทางของ Gucci ผ่านอดีต ปัจจุบัน และเตรียมพร้อมเข้าสู่ยุคใหม่ผ่านเรื่องราวของ ‘Continuum’ ควบคู่ไปกับการสดุดีให้กับตราสัญลักษณ์สำคัญที่เป็นเอกลักษณ์์ระดับตำนานอย่าง ‘Interlocking G’ ที่มีอายุครอบรอบ 50 ปี และตราสัญลักษณ์ Horsebit ครบรอบ 70 ปี ที่ถูกนำมาตีความผ่านการออกแบบให้กลายเป็นรันเวย์ขนาดใหญ่สีเขียวเข้มรายล้อมผู้ชมพร้อมกับการบรรเลงสดบทเพลงออเคสตร้าจาก Justin Hurwitz เจ้าของางวัลออสการ์ที่สร้างบรรยากาศ Cinematic ได้อย่างทรงพลัง นอกจากนั้นยังตีความตราสัญลักษณ์ Housrbit ผ่านกระเป๋าในรูปแบบใหม่ๆ รวมไปถึงสร้อยคอ เข็มขัดและแอคเซสเซอรีทั้งแนวสลักและสายโซ่อีกด้วย การสร้างสรรค์เครื่องแต่งกายจากทีมสตูดิโอของ Gucci ยังเล่าเรื่องราวผ่านอดีตความเป็นมาหลายยุคสมัยตั้งแต่ความหรูหราจากยุค ’60s, เสน่ห์เซ็กซี่เย้ายวนในยุค ’90s ไปจนถึงยุคสมัยสมัยของ Michele’s Maximalism ที่บ่งบอกถึงการสังเคราะห์เรื่องราวประวัติศาสตร์แฟชั่นของ Gucci ให้อยู่ในภาพเดียวกันได้อย่างชัดเจนก่อนจะก้าวสู่ยุคของ Demna ที่กำลังจะมาถึง ที่ถือเป็นการถ่ายทอดคอลเลกชั่นล้างตาในความเป็น ‘Leaderless’ หลังการจากไปของ Sabato De Sarno ที่เป็นการรวมพลังของทีมสตูดิโอออกแบบของ Gucci ว่า ‘Gucci คือองค์กรที่ยิ่งใหญ่มากกว่าที่จะเป็นของใครคนหนึ่ง’

Balenciaga

Demna คือ Demna และเรารัก Demna คอลเลกชั่นล่าสุดนี้เขาได้พาเราไปสำรวจถึงแนวคิดมาตราฐานในการแต่งตัวของผู้คนที่ปกติคุ้นเคยผ่านการตั้งคำถามว่า ’เสื้อผ้ามาตราฐาน’ สามารถปรับแปลงอาภรณ์ชั้นสูงได้อย่างไร ความสมดุลระหว่างเสื้อผ้าที่สวมใส่ได้จริงที่ทุกคนสวมกันในทุกวันแต่แฝงไว้ด้วยตรรกะวิธีการคิดแบบ Balenciaga ที่ไม่จำเจ สะท้อนยุคของแฟชั่นที่ต้องการความ ‘Normie’ มากขึ้นเพื่อตอบสนองผู้บริโภคที่อยากได้สิ่งที่คงทน ไม่ใช่แค่ของแปลก แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่ทิ้งความเป็น Avant-garde แม้โครงสร้างของชุดจะดูธรรมดาแต่ทุกรายละเอียดอย่างรอยเสื้อขาด ผ้าเดนิมเคลือบ กระเป๋าสะพายทำเก่า บอมเบอร์แจ็กเกต ยังมีดีเอ็นเอของ Balenciagaปลายทางใหม่ได้อย่างทรงพลัง ยังไม่นับรวมการทำงานร่วมกันกับ Puma ที่ปรับโฉมชุดกีฬาและรองเท้า Speedcat Ultrasoft ด้วยการออกแบบที่สวมใส่ง่ายขึ้นและแน่นอนว่าต้องขาดวิ่นเท่านั้น ปิดท้ายด้วยถุงมือขี่มอเตอร์ไซค์์ที่มาพร้อมกับหมวกกันน็อคเสริมกลิ่นอายแบบ Motorsport
สร้างชั้นเชิงที่น่าสนใจให้กับคอลเลกชั่น ทั้งหมดสร้างความหมายที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้งถึง มาตราฐานการแต่งตัว เป็นคำถามให้กับวงบทสนทนาในประวัติศาสตร์แฟชั่นระดับอาภรณ์ชั้นสูง สตรีทแวร์ และ สปอร์ตแวร์ได้พูดคุยร่วมกัน 

Versace

Donatella Versace กลับมายืนหยัดและตอกย้ำในจิตวิญญาณดั้งเดิมของแรงปรารถนาในรากเหง้าของตนเองที่ผสานความคลาสสิกและนวัตกรรมแห่งโลกยุคอนาคต เครื่องแต่งกายที่สามารถสร้างพลังและความมั่นใจผ่านสิ่งที่จับต้องได้จริงและรู้สึกถึงได้อย่างชัดเจน ความหรูหราของ Gianni Versace ในยุค’80s – ’90s ลวดลายพิมพ์ศิลปะสไตล์บาโรกและลายพิมพ์สิงสาราสัตว์ผสานเข้ากับชุดสูทกรอบช่วงไหล่คมกริบ
ไม่ต่างจากนักรบผู้สง่างามในเครื่องแบบ เชิ้ตผ้าไหมพิมพ์ลวดลายบาโรกถูกจับคู่กับกางเกงหนังลูกวัวสุดเย้ายวน เซ็กซี่และทันสมัยโค้ทหนังลูกวัวแบบโอเวอร์ไซส์ตกแต่งไลน์นิ่งด้วยผ้าไหมพิมพ์ลายบาโรกพร้อมบุนวมลายปักตะเข็บเลียนแบบผ้านวมผืนอุ่นที่เสริมความจัดจ้านได้อย่างมีรสนิยม เติมกลิ่นอายพังค์ด้วยถุงมือหนังตอกหมุดเงินและหมวกหนังวัว ที่ทั้งหมดมาในโทนสีดำในสไตล์เมทัลลิก ม่วง แดง และสีเหลืองสดสะท้อนความเปล่งประกายแห่งยุค ’80s พร้อมสีเงินและสีทองที่แต่งแต้มประกายความหรูหรา บนเส้นทางแฟชั่นที่ไม่ยอมเกรงใจให้ใครและยืนหยัดในความเป็นตัวตนของ Donatella Versace คอลเลกชั่นส่งท้ายในยุคสมัยของเธอครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะสะท้อนบทเพลงแห่งพลังและความหรูหราแต่คือสิ่งที่ทุกคนพร้อมที่จะสวมใส่ในบทบาทของ Superhero ของ Versace ในแบบที่ต้องทุกต้องจดจำ 

Fendi

ในวาระแห่งการครบรอบศตวรรษของ Fendi ณ กรุงมิลาน Silvia Venturini Fendi ทายาทผู้สืบสายเลือดได้นำเสนอคอลเลกชั่น ด้วยหัวใจแห่งการคารวะมรดกดั้งเดิมในงานหัตถกรรมชั้นสูงและความท้าทายในโลกแฟชั่นร่วมสมัย การเดินทางจากแก่นแท้ของ Fendi
ไปสู่อนาคตครั้งนี้จึงเป็นเรื่องราวการตั้งคำถามถึงความเป็น ‘ชาวเมือง’ ปะทะกับแนวความคิดจาก ‘ชนบท’ ในความจริงที่เรียบง่ายจึงเป็นที่มาของการผสานกลิ่นอายของชาวไร่แบบผู้ดีอังกฤษเข้ากับเส้นสายและโครงสร้างในแบบเทเลอร์ริ่งอิตาเลียนได้อย่างชัดเจนผ่านชิ้นงานอย่าง พีโค้ท ผ้าห่มผ้าขนสัตว์ทอลวดลายผืนหนา เสื้อผ้าแคนวาสเคลือบแวกซ์ เข้ากับกางเกงขาสั้นทรงคิลต์แบบจับจีบ ขณะเดียวกันก็ไม่ลืมโครงสร้างชุดสูทแบบพิธีการ เทรนช์โค้ทเข้ารูปที่ถูกวางโครงสร้างมาเป็นอย่างดี ทำให้ไม่หลุดจากเส้นสายของอาภรณ์ชั้นสูงที่ Fendi ยืนหยัดมาตลอดศตวรรษ ผ่านวัสดุล้ำค่าจากธรรมชาติอย่าง ผ้าขนสัตว์ Loden, หนังกลับ, ขนแกะ, หนัง Selleria ได้อย่างคุ้มค่าและสง่างามที่สุด โดยไม่ต้องพึ่งพิงรายละเอียดอันฉูดฉาดหรือตราสัญลักษณ์ใหญ่โตอะไร โดยยังไม่ลืมแทรกกลิ่นอายแห่งอนาคตไว้อย่างแนบเนียนด้วยลำโพงพกพา Fendi X Devialet Mania เพื่อโชว์นี้โดยเฉพาะอีกด้วย  

Burberry 

สุภาพบุรุษในเย็นวันศุกร์ที่กำลังละทิ้งชีวิตชาวเมืองเดินทางสู่คฤหาสน์ในชนบทของอังกฤษ คือเรื่องราวที่ Daniel Lee นำเสนอในคอลเลกชั่นล่าสุดนี้ได้อย่างอบอุ่นทว่าหรูหราอย่างมีชั้นเชิง ในภาพลักษณ์ของหนุ่มสาวสมัยใหม่ที่ถวิลหาความสงบเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ สิ่งที่โดดเด่นในคอลเลกชั่นที่เด่นชัดจึงไปอยู่ที่การเลือกใช้วัสดุอย่าง ผ้ากำมะหยี่, หนังวัวอัดลาย, ขนแกะ, ผ้าแจ็คการ์ดผสานให้เกิดรายละเอียดอันซับซ้อนตระการตาได้อย่างแยบยล ในพาเลทสีสันอย่าง เอิร์ธโทน น้ำตาลอิฐ น้ำตาลเทา คั่นอารมณ์ด้วย แดงเบอร์กันดี
เขียวโอลีฟ เขียวหัวเป็ด เหลืองมัสตาร์ด ตลอดทั้งโขว์ ถึงแม้ว่า Burberry จะอยู่ในช่วงฟื้นฟูตัวตน Daniel Lee ได้แสดงศักยภาพของตัวเองโดยไม่ละทิ้งจิตวิญญาณวัฒนธรรมและประเพณีของอังกฤษ โดยให้เสื้อผ้าเป็นตัวเล่าเรื่องอย่างมีชั้นเชิงผสานตัวตนของ Burberry เข้ากับ Pop Culture ร่วมสมัย เน้นที่คุณภาพของวัสดุที่เลือกใช้และการตัดเย็บแทนที่ด้วยตราสัญลักษณ์ที่ฉูดฉาดที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ถูกชื่นชมว่าเข้าถึงและเข้าใจ DNA ของตัวเองได้กว่าที่ผ่านมา

Kenzo

ความสัมพันธ์อันลึกซึ้งและยาวนานระหว่างโตเกียวและปารีสถูก Nigo ร้อยเรียงเรื่องเล่าผ่านคอลเลกชั่นของ Kenzo ล่าสุด ด้วยการพาเราย้อนเวลากลับไปยังคอลเลกชั่น Train Show ปี 1988 กับลายพิมพ์กราฟิกของรางรถไฟหัวกระสุน ภูเขาไฟฟูจิ และฉากทัศน์ของกรุงปารีสผ่านการเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงพาดผ่านระหว่างทั้ง  2 เมือง ด้วยวัฒนธรรมและตำนานจุดเริ่มต้นของสตรีทสไตล์ ที่ Nigo มองย้อนอดีตด้วยสายตาแห่งอนาคต ที่ผสานเครื่องแต่งกายแบบ Workwear งานเทเลอร์ริ่งและลายพิมพ์อันสนุกสนานจากความทรงจำในวัยเยาว์ได้อย่างลงตัว ลายพิมพ์กราฟิกตัวอักษรถูกนำมาใช้ร่วมกับลายดอกไม้ประจำของ Kenzo ทั้งรูปแบบของงานปักและสเปรย์ลงบนบอมเบอร์แจ็กเกต กางเกงยีนส์ และเข็มกลัดบนปกแจ็กเกต ลายพิมพ์เครื่องปาจิงโก๊ะและดอกกุหลาบที่ชวนให้หวนนึกถึงอดีต ลายพิมพ์รางรถไฟในโตเกียวไปจนถึงลายพิมพ์แสงไฟที่สะท้อนลงบนแม่น้ำเซนในปารีส ยังไม่นับรวมสูททรงหลวม เสื้อกั๊กทรงกิโมโน โค้ทผ้าหนา แจ็กเกตยีนส์ที่ท้าทายด้วยการตัดเย็บในสไตล์ลูกผสมระหว่างสองวัฒนธรรม ทั้งหมดจึงไม่ใช่แค่แฟชั่นโชว์ แต่มันคือ ‘ตั๋วรถไฟโดยสาร’ ที่พาผู้ชมเดินทางข้ามผ่านวัฒนธรรม สถานที่ เวลาและอารมณ์ ของทั้งสองเมือง

More from this stream

Recomended

ทำไม “สัตว์มงคล” ยังสำคัญกับแฟชั่นยุคใหม่ ?

แม้แฟชั่นยุคใหม่จะขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และความร่วมสมัย...

จากอดีตสู่ปัจจุบันกับผ้า GABARDINE ที่เป็นหัวใจของ Burberry

หากมีผ้าชนิดใดที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน ผ้ากาบาดีนคือหัวใจของ Burberry...

5 ปีผ่านไปกับบทเพลงที่เปลี่ยนชีวิตของ Olivia Rodrigo

บางครั้ง เพลงเพียงเพลงเดียวก็เพียงพอที่จะเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของใครบางคน—และ “drivers...