ในวาระครบรอบ 100 ปีของ FENDI เมซงอิตาลีผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งงานฝีมือและความหรูหรา ได้เปิดบทใหม่ของการเฉลิมฉลองด้วยผลงานที่หลอมรวมศิลปะ ดีไซน์ และพลังของผู้หญิงเข้าไว้ด้วยกันอย่างลึกซึ้ง ผ่านโปรเจกต์พิเศษในชื่อ “Fonderia Fendi” ผลงานการออกแบบโดย Conie Vallese ดีไซเนอร์และศิลปินชาวอาร์เจนตินา ซึ่งถูกนำเสนอครั้งแรกในงาน Design Miami/ 2025 ในฐานะคอลเล็กชั่นสะสมที่สะท้อนจิตวิญญาณของแบรนด์อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

“Fonderia Fendi” ถือกำเนิดจากแนวคิดแห่งการร่วมสร้างสรรค์ (collaboration) และการแสดงความเคารพต่อบทบาทอันทรงคุณค่าของอิตาลีในประวัติศาสตร์ศิลปะการตกแต่งและอุตสาหกรรมสมัยใหม่ โดยอ้างอิงถึงงานแสดง Decorative and Industrial Modern Arts ณ กรุงปารีส ปี 1925 จุดเปลี่ยนสำคัญที่หลอมรวมศิลปะ อุตสาหกรรม และสุนทรียะเข้าไว้ด้วยกัน Vallese จึงเชิญ 5 แอทิลิเยร์ระดับตำนานของอิตาลี มาร่วมรังสรรค์ผลงานแบบหนึ่งเดียวในโลก ผ่านวัสดุหลากหลายทั้งบรอนซ์ เซรามิก แก้ว พรม และเครื่องหนัง



แรงบันดาลใจหลักของคอลเล็กชั่นนี้มาจากภาพวาด Les Cinq Doigts d’une Main โดย Karl Lagerfeld เมื่อปี 1994 ซึ่งเปรียบผู้หญิงทั้งห้าคนแห่งตระกูล Fendi ที่เป็นนิ้วมือของมือเดียวกัน แตกต่างแต่เชื่อมโยง เป็นตัวแทนของพลังสร้างสรรค์หนึ่งเดียว ดีไซน์อันอ่อนโยนและโรแมนติกของ Vallese จึงถูกถ่ายทอดผ่านความร่วมมือกับเวิร์คช็อปเครื่องหนังของ FENDI โรงหล่อบรอนซ์เก่าแก่ Fonderia Battaglia แห่งมิลาน สตูดิโอเซรามิก Officine Saffi Lab ช่างทอพรม CC-Tapis และสตูดิโอแก้วมูราโนอายุเก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 อย่าง Barovier & Toso

พื้นที่จัดแสดง “Fonderia Fendi” ในงาน Design Miami/ ถูกออกแบบให้เป็นดั่ง ห้องนั่งเล่น ที่อบอุ่น เป็นกันเอง ราวกับรังไหมสีอ่อนที่โอบรับผู้ชมด้วยแสงนุ่มนวล เผยให้เห็นพื้นผิวงานฝีมือที่ไม่สมบูรณ์แบบอย่างงดงาม ผ่านโทนสีแบบโรมันอันเป็นเอกลักษณ์ของ FENDI ไม่ว่าจะเป็นสีบรอนซ์อมชมพู สีเหลือง sorbetto และสีฟ้า anice ผสานกับความแวววาวของกระจกทึบแสง พรมลวดลาย และกระเบื้องเคลือบที่ให้ความรู้สึกเหมือนภาพวาด
องค์ประกอบต่าง ๆ ภายในพื้นที่ ตั้งแต่ม้านั่งบรอนซ์ เก้าอี้พักผ่อน ฉากกั้นห้อง โคมไฟติดผนัง ไปจนถึงแจกันและพรม ล้วนประดับด้วยลวดลายปักนูน Selleria อันเป็นเอกลักษณ์ของ FENDI ซึ่งสะท้อนการผสมผสานระหว่างงานฝีมือมนุษย์และกระบวนการอุตสาหกรรม
โดยอ้างอิงถึงช่วงทศวรรษ 1920 ที่อาร์ตนูโว อาร์ตเดโค และโมเดิร์นนิสม์มาบรรจบกันอย่างงดงาม วัสดุหนัง cuoio Romano ถูกนำมาใช้หุ้มเฟอร์นิเจอร์อย่างประณีต เสริมด้วยกระเบื้องเซรามิกนูนลายดอกลิลลี่ กล้วยไม้ และโมโนแกรมตัว F ที่แกะสลักด้วยมือทุกชิ้น



นอกจากนี้ FENDI ยังสืบสานธรรมเนียมความร่วมมือด้านดีไซน์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ด้วยการเชิญ Vallese มาตีความใหม่ให้กับกระเป๋าไอคอนิกอย่าง Peekaboo ซึ่งออกแบบโดย Silvia Venturini Fendi ในปี 2008 โดยนำวัสดุสัมผัสนุ่มและโทนสีพาสเทลจากคอลเล็กชั่นหลักมาสร้างสรรค์เป็นกระเป๋า Peekaboo สองด้าน ในหนังลูกวัวลายทางเฉียงสีเหลืองอ่อนและสีฟ้า ตกแต่งด้วยรายละเอียดเซรามิกแกะสลักด้วยมือ วางจำหน่ายในจำนวนจำกัดเพียง 5 ใบ เฉพาะที่บูติก FENDI ณ Miami Design District เท่านั้น
เรียกได้ว้า “Fonderia Fendi” คือบทบันทึกแห่งศตวรรษของ FENDI ที่ถักทอเรื่องราวของผู้หญิง งานฝีมือ และศิลปะเข้าไว้ด้วยกันอย่างละเมียดละไม พร้อมก้าวสู่อนาคตด้วยความสง่างามที่ยังคงยึดมั่นในรากเหง้าอย่างไม่เปลี่ยนแปลง



