
Hermès สานต่อวิสัยทัศน์แห่งความประณีตด้วยการเปิดตัว “L’Isle-d’Espagnac Leather Goods Workshop” เวิร์กชอปแห่งที่ 24 ของ Hermès ในประเทศฝรั่งเศส พร้อมสร้างโอกาสการจ้างงานกว่า 300 ตำแหน่งในภูมิภาค Charente โดยเวิร์กชอปใหม่นี้จะมีช่างฝีมือกว่า 260 คน ซึ่งล้วนผ่านการฝึกอบรมอย่างเข้มข้นตามแบบฉบับ Hermès เพื่อสืบสานความเชี่ยวชาญในงานเครื่องหนังระดับตำนาน การเปิดตัวเวิร์กชอปแห่งใหม่นี้คือการยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นของ Hermès ที่ยังคงผลิตเครื่องหนังทั้งหมดภายในประเทศฝรั่งเศส เพื่อสร้างงานในระยะยาวและขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน L’Isle-d’Espagnac ถือเป็นสถานที่ผลิตแห่งที่ 4 ในภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ ต่อจาก Maroquinerie de Nontron (1995), Ganterie-Maroquinerie de Saint-Junien (1998) และ Maroquinerie de Montbron (2014) โดย ณ สถานที่แห่งนี้คือที่ที่ผลิตกระเป๋าในรุ่น Kelly และรุ่น Birkin รวมถึงเครื่องหนังขนาดเล็กอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดเกิดจาก ‘วัฒนธรรมแห่งความเป็นมนุษย์ในงานฝีมือ’ ที่ Hermès ยึดมั่นในการการส่งต่อองค์ความรู้ ความใกล้ชิดพิถีพิถันในทุกขั้นตอน และการฝึกฝนจากรุ่นสู่รุ่น



เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง Hermès ได้ก่อตั้ง ‘École Hermès des savoir-faire’ ขึ้นในปี 2021 โรงเรียนแห่งนี้เป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดเทคนิคการทำเครื่องหนังโดยช่างฝีมือผู้มากประสบการณ์ และถ่ายทอดองค์ความรู้ทั้งด้านเทคนิคและวัฒนธรรมของ Hermès โดยโรงเรียนแห่งนี้ได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการฝรั่งเศส ให้มอบประกาศนียบัตร CAP ด้านเครื่องหนังและ CQP ด้านการตัดเย็บ ปัจจุบันเปิดสาขาใน 9 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยเฉพาะสาขาในเมือง Marthon (Charente) ที่เปิดในปี 2022 และในปี 2024 นักเรียนทุกคนสามารถสอบผ่านและได้รับประกาศนียบัตรรับรอง ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานการเรียนรู้ที่เข้มข้นและคุณภาพระดับสูงของสถาบันแห่งนี้อยางแท้จริง
อาคารเวิร์กชอปใหม่ตั้งอยู่บนพื้นที่ของสนามบิน Bel-Air เดิม ถูกออกแบบโดยสถาปนิกจากบริษัท Guiraud-Manenc ในเมืองบอร์กโดซ์ เพื่อให้เป็นตัวอย่างของ ‘สถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่เคารพต่อธรรมชาติ’ ในพื้นที่กว่า 5,800 ตารางเมตรนี้เน้นการใช้แสงธรรมชาติ การระบายอากาศ และความโปร่งโล่ง เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่เปิดรับแรงบันดาลใจตลอดวัน วัสดุที่ใช้ทั้งหมดได้รับการคัดสรรจากแหล่งท้องถิ่นในรัศมีไม่เกิน 250 กิโลเมตร เช่น หิน Charente สีขาว ดินธรรมชาติและฟางสำหรับฉนวนกันความร้อน รวมถึงไม้ป็อปลาร์และซีดาร์แดงจากป่าภูมิภาค Perche เพื่อให้โครงสร้างกลมกลืนกับภูมิทัศน์ธรรมชาติ หลังคาของอาคารติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ขนาด 1,800 ตารางเมตร พร้อมระบบพลังงานความร้อนใต้พิภพ (Geothermal System) ที่ช่วยลดการใช้พลังงาน ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้แนวทาง ‘Harmonie Framework’ ตามมาตรฐานการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืนของ Hermès ในส่วนของบริเวณรอบอาคารได้รับการออกแบบให้คงไว้ซึ่งพืชพรรณและสัตว์ท้องถิ่น โดยเฉพาะพื้นที่หญ้า calcicole ซึ่งเป็นระบบนิเวศเฉพาะถิ่น และที่ทางเข้าเวิร์กชอปยังปลูกต้นวอลนัตสายพันธุ์ดั้งเดิมของท้องถิ่น เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการต้อนรับและความยั่งยืน

เวิร์กชอปแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมือง Angoulême เพียง 4 กิโลเมตร โดยเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะและเส้นทางจักรยานสีเขียว เพื่อส่งเสริมการเดินทางอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ Hermès ยังมีแผนสร้างเวิร์กชอปใหม่ในอีกสามเมือง ได้แก่ Loupes (Gironde), Charleville-Mézières (Ardennes) และ Colombelles (Calvados) ซึ่งสะท้อนถึงการขยายเครือข่ายการผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ และความมุ่งมั่นที่จะคงไว้ซึ่ง ‘หัวใจแห่งช่างฝีมือฝรั่งเศส’ ที่เป็นแก่นแท้ของ Hermès มาตั้งแต่ปี 1837
Hermès ยังคงยืนหยัดในคุณค่างานฝีมือดั้งเดิมในความคิดอิสระเพื่อสร้างสรรค์ผลงาน การแสวงหาความงามจากวัสดุที่ทรงคุณค่า การส่งต่อความชำนาญ และความงดงามของการใช้งานล้วนเป็นหัวใจของ Hermès มาจนถึงปัจจุบัน ภายใต้การนำของ Axel Dumas ทายาทรุ่นที่หกของตระกูล Hermès ยังคงรักษาการผลิตส่วนใหญ่ไว้ในฝรั่งเศสกว่า 60 แห่งทั่วประเทศ และมีพนักงานกว่า 25,700 คนทั่วโลก เพื่อความยั่งยืนตราบไปยังอนาคต


