Dynamic Pair : Sea Dechchart – Keen Suvijak

“MuTeLuv ตอน หมอดูทักครับ “Hi” by my luck” กับบทบาทท้าทายและคาแรกเตอร์ที่สะท้อนตัวตนของซีคีน แพชชั่นที่มีร่วมกันในการทำงานและประสบการณ์ที่ช่วยให้เติบโต สนุก  และเข้าใจกันมากขึ้น

MF: อัปเดตชีวิตช่วงนี้ของทั้งคู่
คีน: แฮปปี้ครับเพราะปิดเทอม (หัวเราะ)
ซี: ของผมพึ่งแฮปปี้เสร็จครับ เพราะว่าเพิ่งเปิดเทอมกลับเรียนเหมือนเดิมครับ

MF: ซีรีส์ “MuTeLuv ตอน หมอดูทักครับ “Hi” by my luck”
ซี: ก็เป็นซีรีส์แนวใช้ความคิดนิดนึงครับผม เป็นเด็กที่ฉลาด
คีน: ใช่ แล้วก็ไปอยู่ในค่ายค่ายนึงอ่ะ แล้วสุดท้ายก็มีอะไรกุ๊กกิ๊กกั๊กเกิดขึ้น เหตุการณ์ต่างๆ มากมายครับ
ซี: แต่ผมว่าซีรีส์เรื่องนี้มีอะไรที่น่าสนใจก็คือพอมันเป็นเด็กที่เป็นเด็กค่ายมันมาจากทั่วประเทศไทยมาจากแต่ละภาค ตัวละครมันก็จะหลากหลาย มีคาแรกเตอร์ที่อยู่ในภาคเหนือผมว่าอันนี้น่าสนใจมาก

MF: พูดถึงคาแรกเตอร์ที่ได้รับ
ซี: ผมรับบทเป็นมาวิน คาแรกเตอร์จะเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยมีเพื่อนคบแล้วกันเพราะว่าเข้าหาคนไม่เป็นมากกว่า
คีน: ส่วนผมรับบทเป็นเอ้อครับ เป็นคน extrovert ครับ เป็นคนเฟรนด์ลี่แต่ว่าก็จะมีมุมเงียบๆ บ้าง ชีวิตทุกอย่างจะจริงจังไปหมดเลยก็คล้ายๆ กับตัวเองเหมือนกันมันจริงจังทุกอย่างครับ

MF: มีส่วนไหนของคาแรกเตอร์ที่เหมือนหรือแตกต่างกับตัวเองยังไงบ้าง
ซี: ผมจะเป็นคนเงียบๆ บางทีก็อยากเข้าหาบางทีก็ไม่อยากเข้าหาคนอื่น ก็คล้ายๆ กับมาวินว่าช่วงนี้รู้สึกว่าเราจะเข้าหาคนนี้ยังไงดีนะมันจะแบบนึกไม่ออก
คีน: ผมก็คล้ายๆ เอ้อตรงที่ว่าคิดอะไรเป็นแบบแผนเป็นขั้นเป็นตอนทุกอย่างเลยครับ แต่ว่าไม่คล้ายตรงที่มันบางทีจริงจังเกินไปตัวผมอาจจะไม่จริงจังขนาดนั้น

MF: ถ้าทั้งคู่ได้สลับบทกันคิดว่าจะเป็นยังไง
คีน: ผมว่าผมได้เพราะว่าผมเป็นคนนิ่งๆ (หัวเราะ)
ซี: ผมว่าได้เหมือนกันแต่เหนื่อยนิดนึง
คีน: อยากเป็นมาวินอยู่ครับเพราะว่าเขานอนอย่างเดียว เข้าซีนก็นอน

MF: ถ้าไม่ใช่ในบทบาทที่แฟนๆ รู้จัก ตัวจริงเป็นคนแบบไหน
คีน: ร่าเริงครับ เป็นคนพยายามให้คนอื่นมีความสุขให้ทุกคนยิ้มได้ ถ้าเกิดอยู่คนเดียวก็อาจจะนิ่งๆ อะไรอย่างนี้
ซี: ของผมก็ตัวจริงผมจะนิ่งๆ นิดนึง แต่ว่าพอได้คุยหรือว่าทำความรู้จักสักระยะนึงแล้วจะแบบก็ไม่ได้ alert มากแต่ว่าจะกล้าคุยมากขึ้น
คีน: ต้อง alert ตอนสี่ทุ่มขึ้นไปด้วย หกโมงผมจะไม่ได้คุยกับเขาเลย แต่หกโมงผมจะ alert หกโมงเช้า
ซี: น่าจะเป็นคนละเวลา ผมคนกลางคืน คนละไทม์โซนกัน

MF: นอกจากซีรีส์มีอะไรที่อยากทำด้วยกันอีกไหม
คีน: ไปม่อนกุเวรครับ
ซี: อ๋อ ไปเที่ยวไปเชียงใหม่ ร้องเพลงก็แล้ว เล่นซีรีส์ก็แล้ว งานก็แล้ว ไปต่างประเทศด้วยกันแล้ว ก็ไปเที่ยวด้วยกันครับ ไปเที่ยวในไทยก็เคยแล้วแต่ว่าไกลสุดก็ชลบุรี ยังไม่เคยไปเชียงใหม่อยากลองไปเชียงใหม่

MF: นิยามอีกฝ่ายใน 3 คำ
คีน: เสือซ่อนเล็บครับ หลังๆ ผมรู้สึกว่าเขาเสือซ่อนเล็บครับ แรกๆ ก็นิ่งๆ แต่พอรู้จักไปมากไอ้นี่มันก็ซ่อนๆ อยู่ ถ้าเกิดวันไหนคึกขึ้นมาก็คือวันนี้ซีเป็นอะไรอ่ะ
ซี: เสือซ่อนเล็บคือคิดได้ไงอะ 
คีน: (หัวเราะ) คือเวลาหลังๆ มาจะชอบเจอโมเมนต์ที่ยูอยู่นิ่งแล้วยูจะ alert แล้วก็จะช็อกว่า เออมันไม่เคยเห็นเท่าไหร่
ซี: ส่วนของคีน มุ่งมั่นมาก คือดูเขาปล่อยวางมากขึ้นครับ พอได้ทำงานด้วยกันแล้วมันดูว่าอีกคนนิสัยเป็นยังไง เหมือนเราก็ปรับเข้าหากันได้แบบค่อนข้างเร็วครับ เพราะว่าผมก็เป็นคนเนือยๆ บ้าง
คีน: ก็เหมือนผมก็พยายามตามเพื่อนให้ทัน แล้วก็ตั้งใจ มุ่งมั่นในการทำงาน
คีน: เขาก็เป็นคนตั้งใจนะ แต่เขาจะเป็นคนตั้งใจแบบไม่บอกหรอกว่าตั้งใจ
ซี: ผมเป็นคนไม่ค่อยบอกอะไร แต่ว่าพอทำงานผมก็ทำ แต่ว่าบางทีเขาอาจจะไม่รู้ไม่ได้อ่านมาแบบเห็นภาพ หลังๆ นี้เขาก็ปล่อยวางมากขึ้นครับ

MF: หนึ่งเรื่องที่อยากบอกอีกฝ่าย
ซี: ผ่านมาน่าจะเกือบ 2 ปีแล้วที่ได้เป็นพาร์ทเนอร์กันครับ ก็อยากจะบอกว่ารู้สึกดีมากครับ แล้วก็ช่วงเวลาที่ผ่านมารู้สึกว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตที่สนุกมากเลยครับ ผมก็อยากทำงานต่อไปเรื่อยๆ
คีน: รู้สึกว่าซีโตขึ้นเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่าแฮปปี้ที่ซีได้เรียนรู้อะไรต่างๆ มากมาย เข้าใจชีวิตมากขึ้น เข้าใจการทำงานมากขึ้น แล้วก็เริ่มเข้าใจแล้วก็แฮปปี้กับการทำงาน เห็นว่าเขาสนุกกับงานมากขึ้น สนุกกับการที่เขาได้ทำมากขึ้น มีแพสชั่นมากขึ้นก็แฮปปี้กับเขาแล้วก็ดีใจที่ได้ทำงานด้วย

MF: อยากให้ตอบกลับสิ่งที่อีกฝ่ายบอก
ซี: พอได้มาทำงานตรงนี้แล้วก็มีพาร์ทเนอร์เป็นคนนี้รู้สึกว่ามันทำให้ผมมีแพสชั่นมากขึ้นเกี่ยวกับตรงนี้ครับ ก่อนหน้านั้นเราไม่รู้เลยว่าเราเข้ามาตรงนี้มันจะเกิดอะไรขึ้น เรามองภาพไม่ออกแต่ว่าพอได้มาทำงานนี้ พอผ่านไปเรื่อยๆ เราเริ่มมองภาพออกขึ้นเรื่อยๆ เห็นภาพรวมเห็นการทำงานที่มันค่อนข้างชัดเจนมากขึ้นก็รู้สึกดีแฮปปี้ครับ
คีน: ก็ขอบคุณซีที่ทำให้ผมใจเย็นลงแล้วก็ได้เจอมุมมองใหม่ๆ มากขึ้น ได้เจออะไรที่มันไม่ได้มีแค่แบบเดียวนะมีแบบหลายๆ แบบให้เราอาจจะดีขึ้นก็ได้ลองอะไรใหม่ๆ แรกๆ เขาดื้อหลังๆ เขาเริ่มฟังผม เริ่มมาเข้าใจแล้วผมก็ดื้อกับเขาเหมือนกันแล้วเขาก็จะแบบว่าเห็นไหม ก็ขอโทษกันแล้วก็คุยกันเรื่อยๆ คือดื้อกันทั้งสองคน ดื้อในแบบที่เรียกว่าไม่เข้าใจในแต่ละมุมดีกว่า แต่ว่าตอนนี้พอมาเข้าใจก็คือเขาก็มีเหตุผลของเขาในการที่ทำแบบนั้นในความคิดเขาก็เข้าใจกัน ก็เลยเวลาตอนนี้เขาทำอะไรก็จะเข้าใจว่าเขาพยายามของเขาแล้ว มันได้เท่านี้ ทำไม่ได้ก็ค่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ ก็ไม่จำเป็นต้องรีบ ไม่จำเป็นต้องเร่ง ทุกอย่างมันอยู่ที่เวลาของมันเมื่อถึงเวลาของมันก็จะมาเอง

MF: ฝากผลงาน
คีน: ขอฝากซีรีส์ “MuTeLuv ตอน หมอดูทักครับ “Hi” by my luck” แล้วก็มี Head 2 Head ที่จะออนแอร์ในปีนี้แน่นอนครับ
ซี: ขอฝากทั้งสองเรื่องไว้ในอ้อมอกอ้อมใจทุกคนด้วยนะครับ บอกเลยว่าพวกผมทั้งสองคนเต็มที่มากครับผม MuTeLuv ตอน หมอดูทักครับ กับ Head 2 Head นะครับ

More from this stream

Recomended

Protected: 5 ดีไซเนอร์ดาวรุ่งจาก Hong Kong ผู้กำลังนิยามยุคใหม่ของแฟชั่นโลก

เมื่อแสงสปอตไลต์ของวงการแฟชั่นเริ่มเคลื่อนตัวมาสู่ผืนน้ำสีฟ้าแห่งอ่าววิกตอเรีย Men’s Folio...

Grounded Icon: เมื่อศิลปะแห่งการออกแบบ กลายเป็นสุนทรียศาสตร์ที่ติดตามเราไปในทุกก้าวย่างของชีวิตประจำวัน

"รองเท้า" ไม่ใช่เพียงแค่ไอเท็มที่เราหยิบขึ้นมาคอมพลีตลุคให้สมบูรณ์ แต่เป็นเสมือนเพื่อนร่วมทางที่ไปกับเราในแทบทุกสถานการณ์ของชีวิตประจำวัน...

The Grooming Edit with กลัฟ คณาวุฒิ: เปิดเบื้องหลังเมคอัพลุคสุดเนี๊ยบก่อนร่วมชมโชว์ Gucci Primavera

ตามไปดูทุกดีเทลเบื้องหลังเมคอัพลุคของ กลัฟ คณาวุฒิ...

7 โมเมนต์สุดประทับใจจากงานประกาศรางวัล BRIT Awards 2026

รวบรวมหลากโมเมนต์น่าประทับใจในงาน The BRIT...

Nomadic Reverie นิยามใหม่ของสุภาพบุรุษนักเดินทางจาก Loro Piana คอลเลกชั่น FW 2026-2027

สำหรับสไตล์การเดินทางที่แฝงไปด้วยความหรูหราและประณีตคงไม่มีใครทำได้น่าประทับใจเท่ากับ Loro Piana...

หลากหลายลุคและโมเมนต์สำคัญจากแฟชั่นโชว์ Gucci PRIMAVERA

รวบรวมทุกลุคและโมเมนต์สำคัญจากแฟชั่นโชว์ Gucci PRIMAVERA...