Van Cleef & Arpels เมซงแห่งศิลปะแห่งอัญมณี นำเสนอผลงานคอลเลกชันใหม่ “Flowerlace” หรือ “ถักร้อยรอยบุปผา” ที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากความงามของธรรมชาติผ่านความละเมียดละไมของงานฝีมือและศิลปะการออกแบบ เครื่องประดับชุดนี้สะกดทุกสายตาด้วยประกายทองคำอร่ามตัดกับเพชรระยิบระยับ ราวต้องแสงจากดวงตะวัน ถ่ายทอดความสดใสและชีวิตชีวาที่เป็นเสมือนหัวใจของเมซงมาโดยตลอด



ความงามของ Flowerlace อยู่ที่โครงสร้างตัวเรือนที่เปิดโปร่งและน้ำหนักเบา ออกแบบด้วยเส้นโค้งที่อ่อนช้อย จำลองขดม้วนของแถบริบบินและโครงกลีบดอกไม้ให้ดูพลิ้วไหวราวกับผลงานศิลป์บนอาภรณ์แฟชัน นี่คือการตีความแนวทาง “ศิลปะงานตัดเย็บ” ซึ่งถือเป็นลายเซ็นสำคัญของ Van Cleef & Arpels ได้อย่างสง่างาม
คอลเลกชันนี้ประกอบด้วยห้าผลงานสร้างสรรค์ ได้แก่ แหวน, แหวนหว่างนิ้ว (Between the Finger ring), ต่างหู, จี้สร้อยคอ และเข็มกลัดจี้สร้อยคอที่สามารถปรับวิธีสวมใส่ได้สองรูปแบบ
โดยผลงานแต่ละชิ้นถือกำเนิดจากการบรรจบกันของทักษะช่างฝีมือแขนงต่าง ๆ โดยเฉพาะเทคนิค lost-wax casting หรือการหล่อแบบสูญขี้ผึ้ง

ซึ่งต้องใช้ความชำนาญอันละเอียดประณีตตั้งแต่การปั้นต้นแบบ ไปจนถึงการหล่อโลหะทองคำและขัดเกลาให้เรียบเนียนสมบูรณ์แบบ ก่อนส่งต่อให้ช่างฝังรัตนชาติบรรจงวางเพชรลงบนตัวเรือน


เสน่ห์ของ Flowerlace อยู่ที่การออกแบบวงกลีบดอกและพวงเกสรเพชรที่จัดวางอย่างไม่สมมาตรเพื่อสร้างมิติและการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติ โครงเส้นทองโอบล้อมพวงเพชรต่างขนาด เสริมให้แสงตกกระทบเพชรเล่นประกายเจิดจรัสอย่างงดงาม เพชรทุกเม็ดถูกคัดเลือกอย่างเข้มงวดตามมาตรฐานสูงสุดของเมซง โดยอยู่ในเกรด D ถึง F ด้านสี และ IF ถึง VVS ด้านความใสบริสุทธิ์

หนึ่งในผลงานที่โดดเด่นคือแหวนหว่างนิ้ว (Between the Finger ring) ที่ออกแบบให้กลีบดอกไม้บานสะพรั่งด้านหนึ่ง เสมือนกำลังสดับฟังเสียงจากเพชรเดี่ยวที่ฝังอยู่บนปลายอีกด้าน สะท้อนถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดของ Van Cleef & Arpels อย่างแท้จริง
แรงบันดาลใจของคอลเลกชันนี้ยังย้อนกลับไปถึงเข็มกลัด “Silhouette” ที่สร้างสรรค์ขึ้นเมื่อช่วงปลายทศวรรษ 1930 ซึ่งใช้เส้นคดโค้งถ่ายทอดความอ่อนช้อยของดอกไม้แทนการออกแบบตามกระแสในยุคนั้น ขดลวดทองคำถูกจัดสมดุลระหว่างพื้นที่ว่างกับตัวโลหะเพื่อขับเน้นประกายรัตนชาติ เสมือนริบบินที่ถูกมัดเป็นรูปดอกไม้บนเครื่องแต่งกาย ผลงานเหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนสายสัมพันธ์ระหว่างแฟชันและเครื่องประดับ แต่ยังทรงคุณค่าในฐานะมรดกศิลป์ของเมซง
ชื่อ Flowerlace หรือ “ลูกไม้ลายดอก” จึงถูกตั้งขึ้นเพื่อยกย่องความผูกพันระหว่างธรรมชาติกับศิลปะการออกแบบอันประณีต โดยใช้ทองคำและเพชรน้ำงามมอบความงดงามตระการตา ผลงานใหม่นี้จึงไม่เพียงเป็นเครื่องประดับ หากแต่ยังเป็นบทกวีแห่งพรรณพฤกษาที่ร้อยเรียงด้วยแสง ระยิบระยับด้วยเพชร และงดงามเหนือกาลเวลา
คอลเลกชัน Flowerlace ของ Van Cleef & Arpels เปรียบเสมือนบทกวีที่ถักร้อยจากธรรมชาติ ถ่ายทอดความอ่อนช้อยละเมียดละไมของบุปผาแปรเปลี่ยนเป็นอัญมณีอันเลอค่า ส่องประกายงดงามเหนือกาลเวลา และคงไว้ซึ่งเสน่ห์แห่งเมซงที่ไม่เคยเลือนหาย

