ร่วมเฉลิมฉลองค่ำคืนแห่งการเปิดตำนานเรือนเวลาบทใหม่ไปกับแบรนด์นาฬิกา “มิโด” (MIDO) ในงาน “Prime-Time Event 2025” พร้อมเผยโฉม “Multifort TV Chronograph” เป็นครั้งแรก คอลเลกชั่นเรือนเวลาที่โดดเด่นด้วยฟังก์ชันจับเวลาอันแม่นยำและดีไซน์เรโทรอันเป็นเอกลักษณ์

MIDO แบรนด์นาฬิกาหรูจากสวิตเซอร์แลนด์จัดงาน Prime-Time Event 2025 ครั้งสำคัญของเอเชีย พร้อมเผยโฉม มัลติฟอร์ท ทีวี โครโนกราฟ (Multifort TV Chronograph) เรือนเวลาที่มาพร้อมรูปทรงทีวีอันเป็นเอกลักษณ์ใน 3 ดีไซน์อันโดดเด่น ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดีไซน์ยอดนิยมในยุค 1970 และยังคงสร้างความประทับใจให้แก่เหล่าคนรักนาฬิกาทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ MIDO ได้นำเสนอความล้ำหน้าอีกขั้นด้วยการบรรจุฟังก์ชันโครโนกราฟ (Chronograph) ลงในคอลเลกชั่นมัลติฟอร์ท ทีวี เป็นครั้งแรก ตอกย้ำความเชี่ยวชาญและศักยภาพในการสร้างสรรค์นาฬิกาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
โดยในงานสุดพิเศษครั้งนี้ มร.ฟรานซ์ ลินเดอร์ (Mr. Franz Linder) ประธานบริหารแบรนด์ MIDO ได้เนรมิตบรรยากาศงานอันน่าประทับใจ ณ โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อต้อนรับแขกสุดพิเศษกว่า 150 ท่านจากทั่วภูมิภาคเอเชียรวมถึงได้รับเกียรติจากเหล่าเซเลบริตี้แฟนคลับแบรนด์ตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ ชนินทร์ เตรัตนชัย, หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา, เฉลิมพล อัครภิญโญกุล, ปรีดากร เมธเกรียงชัย, ยวิษฐา กรินชัย, วิชาดา พูลผล และอีกมากมาย อีกทั้งยังมีนักแสดงแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง เก้า-นพเก้า เดชาพัฒนคุณ, มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร และ บี้-ธรรศภาคย์ ชี มาร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดประทับใจในค่ำคืนแห่งความเหนือระดับนี้


MIDO แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน (GEORGES SCHAEREN) เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.SCHAEREN & CO. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชันการใช้งานที่ครบถ้วน
สำหรับงาน Prime-Time Event 2025 นี้ ได้เฉลิมฉลองการเปิดตัวครั้งสำคัญของมัลติฟอร์ท ทีวี รุ่นใหม่ในภูมิภาคเอเชียอย่างเป็นทางการ ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย โดย MIDO ได้นำเสนอเรือนเวลารุ่นใหม่ล่าสุด ท่ามกลางบรรยากาศที่ชวนให้นึกถึงยุคแห่งภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณของความสร้างสรรค์อย่างมีเอกลักษณ์ ซึ่งนำโดย Multifort TV Chronograph ที่สะท้อนความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคการออกแบบฟังก์ชันจับเวลาของแบรนด์ควบคู่กับ Multifort TV Big Date ในเฉดสีใหม่สุดโดดเด่น
ภายในงานแขกผู้มีเกียรติจะได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์ใกล้ชิดกับเรือนเวลาใน Expertise Lounge ก่อนเปิดฉากของค่ำคืนด้วยการแสดงสุดพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรายการโทรทัศน์ช่วงไพรม์ไทม์ ตามมาด้วยการนับถอยหลังสู่การเปิดตัว และการฉายภาพยนตร์เปิดตัวนาฬิกาอย่างเป็นทางการ
มร.ฟรานซ์ ลินเดอร์ (Mr. Franz Linder) ได้กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เปิดตัว มัลติฟอร์ท ทีวี โครโนกราฟ Multifort TV Chronograph ให้กับแฟนๆ ของมิโด และผู้หลงใหลในเรือนเวลาทั่วภูมิภาคเอเชีย โดยผลงานรุ่นนี้ได้สะท้อนจิตวิญญาณอันน่าท้าทายของดีไซน์ทรงทีวี ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ของมิโด ด้วยการยกระดับด้วยความแม่นยำและสมรรถนะที่ล้ำสมัย โดยทีมออกแบบของเราได้พิถีพิถันในทุกรายละเอียด ตั้งแต่รูปทรงตัวเรือนอันโดดเด่น ไปจนถึงกลไกภายในที่เปี่ยมด้วยเทคนิคขั้นสูง เพื่อให้สามารถถ่ายทอดทั้งมรดกแห่งความภาคภูมิใจ รวมถึงวิสัยทัศน์สู่อนาคตของแบรนด์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ งานครั้งนี้นับเป็นช่วงเวลาอันน่าจดจำที่เราได้แบ่งปันเรือนเวลาสุดพิเศษ ณ กรุงเทพมหานคร ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองความประณีตและแรงบันดาลใจอันเป็นหัวใจของมิโด”
สำหรับ Multifort TV Chronograph ได้ถ่ายทอดดีไซน์ทรงทีวีอันเป็นเอกลักษณ์ของ MIDO ในมุมมองใหม่ ด้วยฟังก์ชัน Chronograph ที่ผสานแรงบันดาลใจจากยุคเรโทรเข้ากับสมรรถนะอันทันสมัย ในส่วนของหน้าปัดมาในสีน้ำเงินเข้มที่เฉดสีสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามแสงที่ตกกระทบ พร้อมด้วยหลักชั่วโมงที่ถูกเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนวา (Super-LumiNova®) สีขาว และเข็มบอกเวลาที่ถูกชุบด้วยนิกเกิลและเจียระไนอย่างประณีต ช่วยอ่านค่าเวลาได้อย่างชัดเจนและถูกต้องในทุกสภาพแสง ตัวฟังก์ชันจับเวลาอันโดดเด่นประกอบด้วยหน้าปัดย่อยสำหรับจับเวลา 60 วินาที, 30 นาที และ 12 ชั่วโมง พร้อมด้วยมาตรวัดความเร็ว (Tachymeter Scale) และช่องแสดงวันที่แบบเรียบหรูในตำแหน่ง 4 นาฬิกา 30 นาที ตัวเรือนนาฬิกาทำจากสแตนเลสสตีลขนาด 42 มิลลิเมตร ขัดลายซาตินสลับเงา มาพร้อมเม็ดมะยมแบบขันเกลียว ด้านฝาหลังเผยให้เห็นการทำงานของกลไกคาลิเบอร์ 60 (Caliber 60) พร้อมบาลานซ์สปริงนิวาครอง (Nivachron™) ที่ทนทานต่อแรงกระแทก สนามแม่เหล็ก และความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิได้เป็นอย่างดี พร้อมกันนี้ดีไซน์ของกลไกด้านหลังยังออกแบบมาได้อย่างสวยงาม ไม่ว่าจะเป็น สกรูสีน้ำเงิน (Blued Screw) และจานเหวี่ยง (Oscillating weight) ที่เคลื่อนไหวเหนือสะพานจักรที่ตกแต่งด้วยลวดลายวงกลมสุดประณีต พร้อมสลักโลโก้ MIDO ไว้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ตัวเรือนยังสามารถสำรองพลังงานได้สูงสุด 60 ชั่วโมง กันน้ำได้ที่ระดับ 100 เมตร และมาพร้อมสายนาฬิกาแบบเปลี่ยนได้ 2 สไตล์ ได้แก่ สายสแตนเลสสตีล และสายผ้าใยสังเคราะห์สีน้ำเงิน ตอบโจทย์ทั้งในด้านความแม่นยำ ความทนทาน และดีไซน์ที่สะกดทุกสายตา





