กลางใจเมืองกรุงเทพฯ Cartier ได้เผยโฉมบูติคแฟลกชิปแห่งใหม่ ณ สยามพารากอน พื้นที่ที่หลอมรวมความประณีตแบบฝรั่งเศสเข้ากับเสน่ห์ศิลปะไทย ผ่านงานหัตถศิลป์ร่วมสมัยที่สะท้อนเรื่องราวและแรงบันดาลใจอย่างงดงามเหนือกาลเวลา ในโอกาสพิเศษของการเปิดบูติคแฟลกชิปสองชั้นแห่งใหม่ใจกลางสยามพารากอน คาร์เทียร์ได้ถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องหลังการรังสรรค์พื้นที่อันวิจิตรผ่านภาพยนตร์สารคดีสั้นที่พาผู้ชมก้าวสู่โลกของหัตถศิลป์ ความประณีต และแรงบันดาลใจ โดยมี ชารีฟ ลอนา รับหน้าที่ดูแลภาพรวมด้านการออกแบบ และร่วมมือกับเหล่าศิลปินไทยชั้นนำในกระบวนการสร้างสรรค์ทุกขั้นตอน
พื้นที่แห่งนี้เป็นการสร้าง “บทสนทนาทางวัฒนธรรม” ระหว่างฝรั่งเศสและไทย ถ่ายทอดผ่านชิ้นงานที่แฝงทั้งเรื่องราว รากเหง้า และความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย ศิลปินอย่าง อาจารย์มานพ วงศ์น้อย ครูศิลป์แห่งแผ่นดินผู้เชี่ยวชาญงานลงรักปิดทอง, อนุชา ส่งเสริม (เมฆ) ศิลปินรุ่นใหม่ที่นำเทคนิคการปักผ้าโอต์กูตูร์แบบฝรั่งเศสผสมลวดลายไทยจากชุดโขนหลวง และ กรกช อารมย์ดี (โอ๋) ผู้เชี่ยวชาญการถักทอเส้นใยธรรมชาติ ล้วนมีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์มิติที่หลากหลายให้กับบูติคแห่งนี้
เมื่อก้าวเข้าสู่ โซนไอคอน สายตาจะถูกดึงดูดด้วยกระจกสีจาก O Thai Metal ที่เล่นกับเฉดสีอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องประดับตำนาน “Tutti Frutti” ของคาร์เทียร์ แสงและสีสันสะท้อนกลับในมิติที่งดงามเหนือกาลเวลา ราวกับอัญมณีมีชีวิตที่เปล่งประกายอยู่ทุกมุม
ถัดมาใน โซนแอคเซสเซอรี่สำหรับสุภาพสตรี ผนังตกแต่งด้วยเทคนิค straw marquetry ผสมผสานกับการลงแผ่นทองคำ ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของคาร์เทียร์ต่อ “สวรรค์บนผืนดิน” ที่อุดมไปด้วยพฤกษาและสรรพสัตว์ เสริมด้วยฉากกั้นถักทอมือโดย กรกช อารมย์ดี (โอ๋) ซึ่งใช้เส้นใยธรรมชาติย้อมสีจากพืชไทย เช่น เปลือกต้นมะม่วง ต้นขนุน และโหระพา งานชิ้นนี้จึงไม่เพียงงดงามแต่ยังอบอวลด้วยกลิ่นอายท้องถิ่น
ใน โซนเครื่องเพชร ความหรูหราถูกถ่ายทอดผ่านผ้าปักมือลวดลายดอกโมก ผลงานของ อนุชา ส่งเสริม (เมฆ) ที่ผสมผสานเทคนิคโอต์กูตูร์เข้ากับลวดลายไทยจากชุดโขนหลวง ใจกลางพื้นที่ยังประดับด้วยศิลปะขนาดใหญ่ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากตลับแป้งคาร์เทียร์ปี 1946 ตีความใหม่ด้วยเซรามิกศิลาดล ประดับเส้นด้ายสีทองเป็นลวดลายดอกไม้อย่างประณีต
ห้องรับรองวีไอพี กลายเป็นอีกหนึ่งผลงานเอกของบูติค ด้วยฝีมือของ อาจารย์มานพ วงศ์น้อย ที่เลือกผสมเทคนิคลงรักปิดทองกับการใช้เปลือกไข่บอบบาง ผ่านขั้นตอนการสร้างสรรค์ยาวนานกว่าสี่เดือน จนได้พื้นผิวละเอียดอ่อนที่แวววาวราวแสงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน สะท้อนทั้งความอดทน ความแม่นยำ และความใส่ใจในรายละเอียดระดับสูงสุด
สุดท้าย ห้องต้อนรับบูติค เปิดต้อนรับแขกด้วยงาน straw marquetry จาก Muse Design ที่เลือกใช้ฟางข้าวโพดและฟางข้าว ถ่ายทอดบรรยากาศกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนที่มีชีวิตชีวา ผ่านการซ้อนทับของผิวสัมผัสและแสงเงาที่เปล่งประกายเสมือนดวงดาวบนท้องฟ้า
บูติคแฟลกชิปแห่งใหม่นี้เปรียบเสมือนศูนย์รวมงานหัตถศิลป์ที่บันทึกเรื่องราวของสองวัฒนธรรม หลอมรวมความประณีตแบบฝรั่งเศสเข้ากับเสน่ห์ศิลปะไทยผ่านผลงานร่วมสมัย กลายเป็นพื้นที่ซึ่งศิลปินและช่างฝีมือได้ถ่ายทอดหัวใจแห่งความประณีต เพื่อมอบประสบการณ์ที่งดงามและเหนือกาลเวลา

