หากเมื่อฤดูร้อนมาเยือน Dior นั้นไม่เพียงแต่ส่งมอบแฟชั่นลักชัวรีที่งดงาม แต่ยังได้พาผู้คนออกเดินทางสู่โลกแห่งจินตนาการอันเหนือความจริง กับคอลเลกชันพิเศษประจำฤดูกาล Dioriviera ซึ่งกลับมาอีกครั้งในปี 2025 พร้อมแรงบันดาลใจที่ได้รับการตีความใหม่อย่างสร้างสรรค์


สำหรับโอกาสพิเศษในปีนี้ Dior ได้พลิกโฉม Dior Gold House ให้กลายเป็นโอเอซิสแห่งความฝัน โดยเนรมิตพื้นที่รอบบูติกให้กลายเป็นสวนสไตล์ทรอปิคอลสุดอลังการ ที่ให้กลิ่นอายของการพักผ่อนในโลกแฟนตาซีผ่านการตกแต่งที่ผสมผสานงานศิลปะเข้ากับธรรมชาติอย่างมีชั้นเชิง
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือประติมากรรมสัตว์นานาชนิดขนาดเท่าจริง ไม่ว่าจะเป็นช้าง ยีราฟ เสือ ต้นปาล์ม และต้นกระบองเพชร ที่ได้รับการรังสรรค์อย่างประณีตจาก หวายถัก โดยฝีมือของศิลปินไทยมากฝีมือ คุณกรกช อารมณ์ดี สื่อถึงป่าเขียวชอุ่มที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของ Dior อย่าง Toile de Jouy Sauvage และ Toile de Jouy Palms

เมื่อก้าวเข้าสู่ภายใน Dior Gold House ผู้มาเยือนที่มาเยือนจะได้พบกับบรรยากาศที่สะท้อนถึงความหรูหราอันสง่างามแต่เปี่ยมด้วยกลิ่นอายของธรรมชาติ สัตว์หวายถักเหล่านี้ยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญของการตกแต่งภายใน แทรกตัวอยู่ท่ามกลางการจัดแสดงคอลเลกชัน Dioriviera ซึ่งประกอบด้วยเสื้อผ้า แอ็กเซสซอรี และไลฟ์สไตล์ไอเทมที่สะท้อนถึงฤดูร้อนแบบนิรันดร์ของ Dior ได้อย่างน่าประทับใจ
ความน่าประทับใจยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ เพราะด้านนอกของ Dior Gold House ยังมี รถตุ๊กตุ๊ก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งยานพาหนะยอดนิยมของไทย ได้รับการแปลงโฉมด้วยกลิ่นอายของ Dior อย่างประณีต ประดับประดาด้วยลวดลาย Toile de Jouy และสัญลักษณ์อันเป็นไอคอนิกของแบรนด์ ถ่ายทอดมรดกไทยในแบบร่วมสมัยอย่างมีรสนิยม



Dioriviera 2025 จึงไม่เพียงแต่เป็นคอลเลกชันที่นำเสนอเสื้อผ้าและแอ็กเซสซอรีสำหรับฤดูร้อน แต่ยังเป็นบทกวีแห่งการเดินทาง ที่ Dior ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของศิลปะ การออกแบบ และความคิดสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง รวมไปถึงตั้งแต่การตกแต่งบูติก Dior Gold House ที่สะท้อนความงดงามของป่าเมืองร้อน ผ่านประติมากรรมหวายถักสุดประณีต ไปจนถึงรายละเอียดเล็กๆ อย่างรถตุ๊กตุ๊กที่กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมสมัยและรากเหง้า


ทุกองค์ประกอบนั้นได้ล้วนสื่อสารถึงอัตลักษณ์ของแบรนด์ที่เปี่ยมด้วยความสง่างามเหนือกาลเวลา ขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นถึงความเคารพในงานหัตถศิลป์ท้องถิ่นและความหลากหลายของโลกใบนี้ Dioriviera จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่คอลเลกชันแฟชั่นสำหรับฤดูร้อน หากแต่เป็นประสบการณ์ที่เชื้อเชิญให้เราออกเดินทาง สัมผัสจินตนาการใหม่ๆ และค้นพบความฝันในแบบที่ไม่มีวันจางหาย


