Daily Archives: Jun 26, 2026
พูดคุยกับ มีน พีรวิชญ์ ถึงบทบาทความท้าทายบนเส้นทางการแสดง
ครึ่งปีแรกของ มีน พีรวิชญ์ งานแน่นสุด ๆ แต่พอเข้าสู่ครึ่งปีหลังก็เริ่มมีเวลาให้หายใจหายคอได้บ้าง เราเลยได้มีเวลาพูดคุยกับมีนถึงเส้นทางการแสดง และมีนยังบอกอีกด้วยว่าชีวิตการแสดงของเขาไม่มีทางเลือกเส้นทางที่ปลอดภัยเกินไป อยากเจอบทหนัก ๆ ที่ท้าทายตัวเองเพื่อจะพัฒนาฝีมือให้ไปไกลกว่านี้
MF: อัพเดทชีวิตช่วงนี้ของ มีน
มีน: ช่วงนี้ครึ่งปีแรกก็ทำงานหนักมากถ่ายละครหลายเรื่องชนกัน แต่ช่วงครึ่งปีหลังก็โล่งแล้วครับเหมือนช่วงนี้เป็นช่วงโปรโมทละครมีโปรเจ็กต์หนังเรื่องนึงครับส่วนอย่างอื่นก็สบาย ๆ แล้วครับอย่างปลายปีก็จะมีไปเที่ยว
MF: น่าน/ฟ้า/ชลาลัย ออนแอร์ไปแล้วฟีดแบ็คเป็นยังไงบ้าง
มีน: จากวันนี้ที่คุยกันก็ผ่านมาครึ่งทางแล้วครับ ฟีดแบ็คก็โอเคนะครับหลายคนก็ชอบในคาแรกเตอร์ที่เราได้รับ ความสนุกในการดูเรา มีหลาย ๆ คนที่บอกว่าอยากดูเราในลุคแบบนี้อีกอะไรแบบนี้ครับ
MF: บทบาทที่เราได้รับ
มีน: ฟ้าครามครับ เป็น ceo หนุ่มเปิดบริษัทสถาปนิกครับ เป็นคนที่รักผู้หญิงคนนึงตั้งแต่แรกเจอแล้วเข้าใจว่ามันเป็นพรมลิขิตเพราะเคยเจอกันมาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่ยังอยู่ที่ต่างประเทศแล้วก็ได้กลับมาเจอกันที่ไทยแต่ว่าดันไปติดตรงที่พอเราจะเข้าไปจีบแต่พี่ชายเขาหวงมากซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าเป้นพี่น้องกันทำไมต้องหวงขนาดนี้ ก็เลยกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์นี้ที่เราก็สู้เต็มที่เพื่อคนรักของเรา
MF: มีซีนไหนที่เราชอบหรือประทับใจเป็นพิเศษบ้างไหม
มีน: ซีนที่ชอบหลัก ๆ เลยก็จะมีตัวผม พี่เจมส์ มาร์ แล้วก็ณิชา ก็จะเป็นซีนที่เถียงกันทะเลาะกันแล้วเรารู้สึกว่ามันเป็นมวนที่สนุกมากแบบทุกคนมีความต้องการของตัวเองเส้นของตัวเองที่มันชัดเจนผมก็ไม่เข้าใจว่าหวงทำไมไหนบอกว่าเป็นพี่น้องไงเราก็แสดงความบริสุทธิ์ใจแล้วอย่างตรงไปตรงมาส่วนฝั่งพี่เจมส์เขาก็มีเส้นของเขาว่าทำไมต้องหวงหรือห้ามไม่ให้มายุ่งกับเรา เพราะปมในอดีตหรืออะไรก็แล้วแต่ส่วนตัวณิชาเองก็ทำตัวไม่ถูกด้วยอาจจะยังสับสนหรือเลือกไม่ถูก ผมรู้สึกว่าการที่เราสามคนได้เล่นด้วยกันมันมีความสนุกและกินกันไม่ลงในหลาย ๆ ครั้ง
MF: ตั้งแต่รับงานแสดงมาทั้งละครและภาพยนต์มีบทบาทไหนที่คิดว่าท้าทายที่สุด
มีน: ผมรู้สึกว่ามันท้าทายคนละแบบบางเรื่องมันก็มีจุดท้ายมายที่มันต่างกันแบบค่อนข้างเยอะ อย่างตอนนี้ น่าน/ฟ้า/ชลาลัย...
“ห้องอาหารนิมิตร” นำเสนออาหารไทย ชูรสชาติด้วยสมุนไพรและเครื่องเทศท้องถิ่น พร้อมมองเห็นวิวกรุงเทพฯ ในยามค่ำคืนจากชั้น 27
ห้องอาหารนิมิตรและรูฟท็อปบาร์ ตั้งอยู่บนชั้น 27 ของโรงแรม 137 พิลลาร์ สวีท แอนด์ เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ ในย่านพร้อมพงษ์ ได้นำวัตถุดิบจากฟาร์มของครอบครัววงศ์พันเลิศและจากหลากหลายภูมิภาคในประเทศมารังสรรเมนูอาหารไทย ในฐานะโรงแรมที่มาพร้อมด้วยความแน่วแน่ของเจ้าของที่ต้องการนำเสนอสมุนไพรและเครื่องเทศท้องถิ่นอันมากด้วยคุณค่าทางโภชนาการและให้รสชาติอาหารที่ไม่เหมือนใคร ห้องอาหารนิมิตรพร้อมให้บริการอาหารไทยร่วมสมัยที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์
อาหารเรียกน้ำย่อยจานแนะนำ “เมี่ยงคำหอยเชลล์” ผสมผสานสมุนไพรและผักนานาชนิด ทั้งตะไคร้ มะพร้าว หอมแดง คลุกเคล้าซอสเมี่ยงคำราดลงบนหอยเชลล์วางบนใบชะพลูทอดกรอบ ให้รสชาติที่กลมกล่อมในทุกคำ สำหรับอาหารประเภทยำ นำเสนอ “เนื้อวากิวไทยย่างเสิร์ฟพร้อมยำใบชะครามและไข่เป็ดต้มยางมะตูม” ใบชะครามซึ่งพบมากในจังหวัดชายฝั่งทะเลของประเทศไทยปรุงรสด้วยการยำแบบไทยและกะทิเพิ่มความหอมมัน รับประทานกับเนื้อวากิวย่างความสุกพอเหมาะได้อย่างลงตัว
สำหรับผู้ชื่นชอบอาหารไทยแบบดั้งเดิม พลาดไม่ได้กับน้ำพริก “ปูหลน” อาหารจากภาคกลางของประเทศไทยปรุงจากปูนิ่มคุณภาพสูง เนื้อปู มะพร้าว พริก และสมุนไพรนานาชนิด เสิร์ฟคู่กับผักและสมุนไพรท้องถิ่น ด้วยการจิ้มผักและสมุนไพรกับปูหลนอันเข้มข้น ในส่วนของอาหารประเภทต้ม เนำเสนออาหารจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ “ต้มแซ่บไข่มดแดงปลาทูน่าย่าง” ผสมผสานสมุนไพร ทั้งตะไคร้ มะกรูด ข่า และใบโหระพา เข้ากับไข่มดแดงกรอบและปลาทูน่าย่าง เกิดรสสัมผัสที่ลงตัว
อาหารจานหลักที่มีเอกลักษณ์เฉพาะด้วยสีเหลืองสดใส “แกงเหลืองปลาแซลมอน”อาหารจากภาคใต้ยอดนิยมจานนี้ได้สีเหลืองสดมาจากเครื่องเทศและสมุนไพรที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ให้รสชาติเข้มข้นกับเนื้อปลาแซลมอนคุณภาพดีและโรยหน้าด้วยไข่ปลาแซลมอนเพิ่มความพิเศษให้กับรสสัมผัส เมนูหลักอีกจานที่พลาดไม่ได้คือ “ไก่ย่างซอสมะขาม” ที่เชฟของเราได้แรงบันดาลใจมาจากอาหารไทยดั้งเดิมอันเป็นที่นิยมในการรับประทานสมุนไพร เชฟได้รังสรรเมนูอาหารไทยร่วมสมัยนี้ด้วยการย่างเนื้อลูกไก่คุณภาพดีโดยรักษาความนุ่มของเนื้อ เสิร์ฟพร้อมซอสมะขามและสมุนไพรหลากหลาย เป็นตัวเลือกอาหารที่ดีสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพเป็นพิเศษ
สามารถดื่มด่ำไปกับอาหารไทยสุดสร้างสรรค์ อีกทั้งยังเพลิดเพลินกับทิวทัศน์เส้นขอบฟ้าของเมืองหลวงยามค่ำคืน พร้อมค้นพบคุณประโยชน์อันมากมายของสมุนไพรและเครื่องเทศจากหลากหลายภูมิภาคของประเทศไทย ที่ห้องอาหารนิมิตรบนชั้น 27 โรงแรม 137 พิลลาร์ สวีท แอนด์ เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ ให้บริการทุกวันเวลา 17:00 น. – 23:00 น. สำรองที่นั่งหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 02 079 7000 หรือติดต่อผ่านไลน์ ออฟฟิศเชียล LINE Official Account (@137pillarshotels)
BOTTEGA VENETA นำเสนอชุดหนังสือ FANZINE ฉบับล่าสุดที่ได้ร่วมมือกับ ALEC SOTH, VYTAUTAS KUMZA และ JUDY BOWMAN
Bottega Veneta ได้เปิดตัวชุดหนังสือรุ่นลิมิเต็ดฉบับที่ 5 ในรูปแบบ Fanzine โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ณ ร้าน Bottega Veneta ซึ่งจะตรงกับช่วงที่คอลเลคชั่น Winter 24 ได้เปิดตัวชุดหนังสือ Fanzine ได้เชิญชวนผู้อ่านมาให้มาร่วมแบ่งปันความสร้างสรรค์จากคอลเลคชั่นล่าสุดของ Matthieu Blazy โดยชุดหนังสือฉบับนี้ยังยึดมั่นในจิตวิญญาณแห่งความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนอันเป็นหัวใจของแบรนด์ และชุดหนังสือฉบับนี้ยังเฉลิมฉลองแนวคิดและแรงบันดาลใจการออกแบบของ Blazy รวมถึงการถ่ายทางทอดศิลปะที่รายล้อมและพบเจอในคอลเลกชั่น
โดยมี Alec Soth ช่างภาพจาก Magnum ที่ถ่ายทำในสถานที่ต่างๆ ในรัฐยูทาห์และเนวาดา รวมถึงภาพเบื้องหลังการถ่ายทำและภาพถ่ายที่ชวนให้ย้อนกลับไปนึกถึง On the Rocks งานศิลปะในรูปแบบอินสตอลเลชั่นจากงาน Milan Design Week ที่ผ่านมา อีกทั้งยังมีการนำเสนอผลงานที่ร่วมมือกับช่างภาพอย่าง Vytautas Kumza และผลงานภาพพิมพ์ของศิลปินแนวคอลลาจอย่าง Judy Bowman นอกจากนี้ ในชุดหนังสือ Fanzine ฉบับนี้ยังมีโปสการ์ดสุดพิเศษที่มาพร้อมภาพบรรยากาศต่าง ๆ ที่ถ่ายในรัฐยูทาห์และเนวาดา รวมถึง Patch ปักที่เล่าถึงความเชื่อท้องถิ่นเกี่ยวกับชีวิตต่างดาวของพื้นที่ดังกล่าว
ชุดหนังสือ Fanzine นั้นเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการแลกเปลี่ยนเชิงสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นการอ้างอิงถึงแนวคิดนวนิยมที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับกระบวนการออกแบบของ Blazy หรือผู้ที่มีความคิดร่วมสมัยได้สแวงหาแรงบันดาลใจจากวัสดุต่างๆ และการออกแบบของ Bottega Veneta On the Rocks เกิดขึ้นจากการร่วมมือกับ Cassina และ Fondation Le Corbusier โดยงานศิลปะในรูปแบบอินสตอลเลชั่นได้นำเสนอ LC14 Tabouret Cabanon ซึ่งเป็นชิ้นงานสุดไอคอนิคเหนือกาลเวลาของLe Corbusier และยังมีกล่องวิสกี้ไม้ที่ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับ Le Corbusier รวมถึง LC14 Tabouret รุ่นคัสตอมที่ Matthieu Blazy สั่งทำขึ้นด้วยไม้และการทักทอแบบ Intrecciato อันเป็นเอกลักษณ์ของ Bottega Veneta
ช่างภาพชาวลิทัวเนียที่อาศัยอยู่ในอัมสเตอร์ดัมอย่าง Vytautas Kumza ได้สร้างองค์ประกอบการถ่ายภาพที่สื่ออารมณ์ได้โดยใช้เสื้อผ้าจากคอลเลคชั่น Winter 24 ในชุดภาพถ่ายที่ชวนฝัน ในขณะเดียวกัน Judy Bowman ศิลปินชาวดีทรอยต์ ได้นำเนื้อผ้าที่มีผิวสัมผัสที่เต็มไปด้วยมิติจากคอลเลคชั่นเดียวกันมาสร้างสรรค์เป็นศิลปะภาพปะติดเพื่อรำลึกถึงวัยเด็กในย่าน Eastside และ Black Bottom ของเมืองดีทรอยต์ ชุดหนังสือนี้ถูกบรรจุอยู่ในกล่องลิ้นชักแบบดึง พิมพ์ลายเลียนแบบพื้นไม้ที่ถูกแผดเผาจากเปลวไฟของพื้นที่จัดแสดงโชว์คอลเลคชั่น Winter 24 เช่นเดียวชุดหนังสือ Fanzine เล่มอื่น ๆ ของ Bottega Veneta ชุดหนังสือรุ่นลิมิเต็ดฉบับนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อต้อนรับผู้ติดตามและแฟน...

