Daily Archives: Jun 27, 2026

jutipat p

กลิ่นอาย Italian Lifestyle ในคอลเลกชั่นใหม่จาก Tod’s

Tod’s ยังคงสะท้อนจิตวิญญาณแบบอิตาเลียนผ่านความเรียบง่ายที่เปี่ยมด้วยรายละเอียดและงานฝีมืออันประณีตเสมอ ล่าสุดแบรนด์ได้เฉลิมฉลองรองเท้า Gommino ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เหนือกาลเวลาแห่ง Italian Lifestyle ผ่านคอลเลกชั่น Men’s Spring-Summer 2026 ผลงานภายใต้การดูแลของครีเอทีฟไดเรกเตอร์ Matteo Tamburini ที่เลือกถ่ายทอดบรรยากาศของความหรูหราแบบสบาย ๆ (Effortless Luxury) ภายใน Gommino Club ณ Villa Necchi Campiglio บ้านพักสไตล์โมเดิร์นนิสต์ใจกลางมิลาน ที่เป็นทั้งแรงบันดาลใจและฉากแห่งการใช้ชีวิตแบบอิตาเลียนอย่างแท้จริง คอลเลกชั่นนี้สะท้อนอัตลักษณ์ของ Tod’s ได้อย่างงดงาม ผ่านการผสมผสานระหว่าง ความประณีตและความเป็นกันเอง ในทุกรายละเอียด ตั้งแต่วัสดุ หนัง Pashmy อันนุ่มละมุนไปจนถึง ผ้าลินินเนื้อเบา ที่ให้อารมณ์ผ่อนคลายแต่ยังคงโครงสร้างของความสง่างาม เสื้อผ้าทั้งหมดถูกออกแบบอย่างเรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยบุคลิก เช่น แจ็กเก็ตไร้โครง เบลเซอร์ และเสื้อซาฟารีที่มอบสัมผัสของความคล่องตัวและความสบายในเวลาเดียวกัน พร้อมด้วย ผ้า Travel-wool ที่ตอบโจทย์การเดินทางในชีวิตประจำวันของสุภาพบุรุษยุคใหม่ ในส่วนของรองเท้า Gommino อันเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ ได้รับการตีความใหม่ในหลายรูปแบบ ทั้ง รุ่น Bubble, Boat, Slipper, Loafer และ Sneaker โดยแต่ละแบบล้วนสะท้อนความคิดสร้างสรรค์อันร่วมสมัยของ Matteo Tamburini ผ่านดีไซน์ที่คงไว้ซึ่งความคลาสสิกแต่เพิ่มเสน่ห์ของความสดใหม่ และที่โดดเด่นที่สุดคือรายละเอียด “Red Dot” สัญลักษณ์เล็ก ๆ ที่เปี่ยมความหมาย สื่อถึงนวัตกรรมและความเป็นเลิศด้านงานฝีมือของ Tod’s นอกจากรองเท้าแล้ว คอลเลกชั่นนี้ยังนำเสนอไอเท็มเครื่องหนังที่สะท้อนความงดงามของงานช่างอิตาเลียนอย่างแท้จริง เช่น กระเป๋า Di Folio Tote ที่คงเอกลักษณ์ของเส้นสายสะอาดและโครงสร้างสมดุล รวมถึง เข็มขัด Greca ซึ่งเป็นอีกหนึ่งชิ้นสำคัญที่เสริมลุคให้สมบูรณ์แบบในแบบ Tod’s Man สุภาพบุรุษผู้หลอมรวมความคลาสสิกเข้ากับความร่วมสมัยอย่างกลมกลืน คอลเลกชั่น Tod’s Men’s Spring-Summer 2026 ที่เฉลิมฉลองรองเท้า Gommino ได้กลายเป็นตำนานแห่งสไตล์...
jutipat p

Santos de Cartier จิตวิญญาณแห่งการผจญภัย ผ่านดีไซน์สุดสปอร์ต

จากแรงบันดาลใจของนักบินผู้ท้าทายขอบฟ้า สู่เรือนเวลาที่นิยามความกล้าในมิติใหม่ Santos de Cartier คือบทกวีแห่งความเที่ยงตรงและความงดงามทางวิศวกรรม ที่บรรจบกันอย่างสมบูรณ์ในทุกเส้นสายและผิวสัมผัส เรือนเวลาที่สืบสานจิตวิญญาณแห่งการบุกเบิกของนักบินผู้กล้า Alberto Santos-Dumont ผู้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างนาฬิกาข้อมือรุ่นแรกที่ออกแบบมาเพื่ออิสรภาพแห่งการเคลื่อนไหว ซานโตส เดอ คาร์เทียร์ (Santos de Cartier) ยังคงรักษาแก่นแท้ของความกล้า ความแม่นยำ และความพิถีพิถันไว้อย่างงดงามในทุกรายละเอียด พร้อมถ่ายทอดผ่าน สองคอลเลกชันล่าสุด ที่สะท้อนมิติใหม่ของดีไซน์และเทคโนโลยีเรือนเวลา รุ่นตัวเรือนไทเทเนียม มอบสัมผัสแห่งความล้ำสมัยด้วยวัสดุน้ำหนักเบากว่าสตีลถึง 43% แต่แข็งแกร่งกว่า 1.5 เท่า โดดเด่นด้วยผิวสัมผัสแมตต์แบบ บีดบลาสต์ ในโทนสี แอนทราไซต์ (Anthracite) ที่สะท้อนเสน่ห์อันสุขุมและสงบนิ่ง ตัดกับ เม็ดมะยมประดับสปิเนลสีดำ ซึ่งเติมเต็มความเรียบหรูอย่างมีเอกลักษณ์ทุกองศา ในขณะที่ รุ่นหน้าปัดสีดำพร้อมเข็มเรืองแสง SuperLuminova® สีเขียว ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยของ Santos-Dumont ได้อย่างชัดเจน ด้วยเรือนสตีลขนาดใหญ่ที่แฝงไว้ด้วยพลังและความสปอร์ต รายละเอียดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น รางนาทีแบบ Railway Track หรือ พื้นหน้าปัดซาตินขัดลายซันเบิร์สต์ (Sunburst) ต่างสะท้อนถึงความประณีตในเชิงศิลป์และเทคนิคที่เหนือชั้น เม็ดมะยมสปิเนลสังเคราะห์ สีน้ำเงินเจียระไนทรงเจ็ดเหลี่ยม ยิ่งขับความหรูหราเหนือกาลเวลาให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เรือนเวลาทั้งสองรุ่นจึงเปรียบเสมือนการตีความใหม่ของตำนาน Santos de Cartier ที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องบันทึกเวลา หากแต่คือการเฉลิมฉลองความกล้าที่จะฝัน และความแม่นยำที่เปล่งประกายในทุกวินาทีของชีวิต ทุกเส้นสายและผิวสัมผัสของเรือนเวลาเกิดจากจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์ที่ไม่ยอมจำนนต่อกาลเวลา คือความกล้าที่จะก้าวไปข้างหน้า โดยไม่ลืมต้นกำเนิดแห่งแรงบันดาลใจ
Thunthiwa Mensfolio

‘หูฟังมีสาย’ การกลับมาของแฟชั่นไอเท็มที่มากกว่าเสียงเพลง

จากสัญลักษณ์ในยุค 2000 สู่การกลับมาของแอ็กเซสซอรีที่ทั้งเท่และจริงจังในเรื่องเสียง หูฟังมีสายไม่ได้แค่ให้เสียงใสชัด แต่ยังกลายเป็นสไตล์ใหม่ที่บ่งบอกตัวตนได้ชัดกว่าที่เคย ในยุคที่ทุกอย่างไร้สาย 'หูฟังมีสาย' ได้กลับมาเรียกความสนใจอีกครั้ง จากพร็อปประจำตัวของวัยรุ่นยุค iPod สู่การเป็นแฟชั่นไอเท็มที่เหล่าอินฟลูเอนเซอร์และศิลปินชื่อดังต่างหยิบมาใส่เล่นราวกับเครื่องประดับอีกชิ้นหนึ่ง เส้นสายที่เคยเป็นเพียงอุปกรณ์เชื่อมต่อเสียง กลับกลายเป็นองค์ประกอบของสไตล์ หูฟังมีสายกลับมาอีกครั้ง พร้อมส่งเสียงทั้งในแง่ของ แฟชั่น และ คุณภาพของเสียง ในโลกที่เทคโนโลยีหมุนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว การหมุนวนกลับมาบางครั้งกลับกลายเป็นความสดใหม่ที่ไม่คาดคิด การกลับมาของหูฟังมีสายจึงไม่ใช่เพียงเทรนด์ชั่วคราว แต่เป็นการรื้อฟื้นความรู้สึกบางอย่างที่เราคิดถึง เสียงเพลงที่เชื่อมต่อโดยตรง ความรู้สึกเมื่อสายพันรอบนิ้ว หรือแม้แต่จังหวะเล็กๆ ตอนเสียบปลั๊กเข้ากับโทรศัพท์ แฟชั่นในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่เสื้อผ้าอีกต่อไป แต่ขยายไปถึงทุกสิ่งที่สะท้อน อัตลักษณ์ ของผู้สวมใส่ หูฟังมีสายจึงกลายเป็นไอเท็มชิ้นที่โดดเด่นและบ่งบอกตัวตนของคุณได้อย่างชัดเจน บางคนเลือกดีไซน์เรียบหรูเพื่อความคลาสสิก ขณะที่บางคนเลือกสีสันสดใสและรายละเอียดสนุกๆ เพื่อสร้างความขี้เล่นและโดดเด่น หูฟังมีสายไม่ได้กลับมาเพียงเพราะกระแส แต่เพราะมันมอบความรู้สึกที่จับต้องได้จริงๆ ทั้งในแง่ของเสียงและความทรงจำ ทำให้สายและหูฟังกลายเป็นส่วนหนึ่งของลุคและสไตล์ส่วนตัวอย่างลงตัว