ณ ใจกลางกรุงปารีส ใสเมืองแห่งศิลปะ แฟชั่น Balenciaga ได้เผยโฉม คอลเล็กชั่นกูตูร์ครั้งที่ 54 ที่เป็นดั่งบทสรุปของเส้นทางสร้างสรรค์อันยาวนานตลอดหนึ่งทศวรรษภายใต้การนำของ Demna ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ผู้ซึ่งมอบลมหายใจใหม่ให้กับแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่มาอย่างยาวนาน
“คอลเล็กชั่นนี้คือบทสรุปอันสมบูรณ์แบบของหนึ่งทศวรรษแห่งการสร้างสรรค์ภายใต้แบรนด์ Balenciaga ผมได้เข้าใกล้ความรู้สึกพึงพอใจมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในการแสวงหาความสมบูรณ์แบบที่เป็นไปไม่ได้อย่างไม่รู้จบ”
— Demna
โดยเสียงประกอบที่บรรเลงในโชว์ไม่ใช่เสียงดนตรีทั่วไป แต่คือเสียงของสมาชิกทีมงาน ผู้เป็นกำลังสำคัญเบื้องหลังความสำเร็จของแฟชั่นเฮ้าส์แห่งนี้ แต่ละคนเพียงเอ่ยนามของตนเอง เสมือนการประกาศตัวตนในห้วงเวลาสำคัญของประวัติศาสตร์แฟชั่น นี่คือการสดุดีความร่วมแรงร่วมใจตลอดสิบปีที่ผ่านมาอย่างจริงใจและลึกซึ้ง
และเพื่อเป็นเกียรติแก่ ปารีส เมืองที่ซึ่งเป็นทั้งแรงบันดาลใจและเวทีของการเดินทางสายแฟชั่น ลุคจากคอลเล็กชั่นนี้จึงถูกถ่ายทอดผ่านเลนส์กล้องในสถานที่ต่างๆ ทั่วเมือง ราวกับบทสนทนาระหว่างอดีตและปัจจุบัน อนุสรณ์สถานแห่งความทรงจำและเส้นทางแห่งการฟูมฟักตัวตนของ Demna เอง



อีกทั้งในเสื้อผ้าแต่ละชุด ของคอลเล็กชั่นนี้คือผลลัพธ์ของความละเอียดประณีตในระดับประติมากรรม โครงสร้างที่ซับซ้อนแต่แฝงด้วยความเรียบง่าย โอบรับแนวคิดแบบมินิมอล และการตัดทอนทางสถาปัตยกรรม เสมือนการกลั่นกรองทุกองค์ประกอบให้เหลือเพียงสิ่งที่จำเป็นที่สุด และงดงามที่สุด โดยกลิ่นอายของ Cristóbal Balenciaga ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ยังคงแทรกซึมในทุกอณูของคอลเล็กชั่น ไม่ว่าจะตั้งใจหรือเป็นธรรมชาติ เช่นชุดสูท Danielle ที่ถือเป็นการคืนชีพของชุดลายฮาวน์สทูธในตำนานที่เธอเคยสวมเมื่อปี 1967 ถูกนำมาตีความใหม่ด้วยดีไซน์ที่แฝงจิตวิญญาณของผู้ก่อตั้งไว้ได้อย่างลงตัว

อีกทั้ง ลุคฟินาเล่ที่สวมใส่โดย Eliza คือช่วงที่ไม่เพียงสะกดสายตา แต่ยังสะกดลมหายใจ ด้วยเดรสลูกไม้กีปูร์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยไร้รอยตะเข็บ ใช้เทคนิคการขึ้นโครงจากศาสตร์การทำหมวกขั้นสูง ผลลัพธ์คือชุดราตรีที่เป็นเสมือนประติมากรรมมินิมอล ที่หลอมรวมศาสตร์และศิลป์ของโอต์กูตูร์เข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้ที่ติ
ในทุกฝีเข็มและทุกเส้นสายของคอลเล็กชั่นนี้ เรียกได้ว่า คือ บทสรุปของวิสัยทัศน์ที่มั่นคงของ Demna ในการผลักดัน Balenciaga ให้เดินหน้าอย่างสง่างาม พร้อมกับรากเหง้าแห่งความเคารพในอดีต คอลเล็กชั่นโอต์กูตูร์ลำดับที่ 54 นี้จึงมิใช่แค่ผลงานแฟชั่น แต่คือสารที่ถ่ายทอดความรัก ความมุ่งมั่น และการเดินทางของหัวใจที่ไม่เคยหยุดฝัน
สำหรับคอลเล็กชั่นโอต์ กูตูร์ครั้งที่ 54 Balenciaga ได้เปิดบทใหม่แห่งความร่วมมือ ด้วยการจับมือกับช่างตัดเย็บระดับครอบครัวจำนวน 4 แห่งจากเมืองเนเปิลส์ ประเทศอิตาลี โดยแต่ละแห่งดำเนินกิจการโดยพ่อและลูกชาย ถ่ายทอดทักษะอันล้ำค่าผ่านเส้นสายอ่อนช้อย โครงสร้างที่นุ่มนวล และงานตัดเย็บแบบเนเปิลส์ที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน



ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะเป็นครั้งแรกที่ทั้ง 4 ห้องเสื้อจากเนเปิลส์ได้ร่วมงานกับแบรนด์แฟชั่นระดับโลก โดย Balenciaga ไม่เพียงแต่นำเอารูปแบบการตัดเย็บอันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองเนเปิลส์มาใช้ แต่ยังหลอมรวมเข้ากับซิลูเอตเฉพาะตัวของแบรนด์อย่างงดงาม
และการที่ได้เห็นการปรากฏตัวของ พีพี – กฤษฏ์ อำนวยเดชกร บนรันเวย์ของ Balenciaga 54th Couture Collection ไม่เพียงเป็นภาพที่น่าจดจำของแฟชั่นโชว์ระดับโลก หากยังเป็นบทพิสูจน์ถึงศักยภาพอันโดดเด่นของศิลปินไทยในเวทีระดับสากล ที่สามารถก้าวขึ้นไปเป็นส่วนหนึ่งของหนึ่งในโชว์โอต์กูตูร์ที่ยิ่งใหญ่และทรงอิทธิพลที่สุดของปี
โดยพีพีได้รับเลือกให้เป็นคนไทยเพียงหนึ่งเดียวในโชว์ครั้งประวัติศาสตร์นี้ ซึ่งไม่เพียงสะท้อนความเชื่อมั่นของแบรนด์ที่มีต่อเขา แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความหลากหลาย เสียงใหม่ และการเปิดพื้นที่ให้กับคนรุ่นใหม่ที่กล้าจะเป็นตัวของตัวเอง
Balenciaga 54th Couture Collection ไม่ใช่เพียงการเฉลิมฉลองหนึ่งทศวรรษแห่งความสำเร็จของ Demna เพราะในขณะเดียวกัน ในโลกที่ความเพอร์เฟกต์อาจไม่มีอยู่จริง Balenciaga ได้พิสูจน์ว่า ความมุ่งมั่นในการแสวงหาอย่างไม่หยุดยั้งต่างหาก คือคำตอบของการยืนอยู่ในประวัติศาสตร์แฟชั่นอย่างสง่างาม ทั้งในฐานะที่เรียกได้ว่าเป็นมรดกและแรงบันดาลใจแห่งอนาคตที่ผู้คนสามารถจับต้องได้




