PSYCHIC FEVER from EXILE TRIBE บอยกรุ๊ปสไตล์จัดจ้านจากญี่ปุ่นที่ประกอบไปด้วยเมมเบอร์หลากคาแร็กเตอร์ทั้ง 7 คนอย่าง TSURUGI, RYOGA, REN, JIMMY, KOKORO, RYUSHIN และ WEESA เดบิวต์ในปี 2022 ด้วยสไตล์เพลงที่ผสมผสานทั้ง J-Pop, Hip Hop และ R&B เข้าไว้ด้วยกัน

ล่าสุดพวกเขาได้คัมแบ็กกับอัลบั้มที่ 2 ในชื่อ DIFFERENT ที่เพิ่งปล่อยไปเร็วๆ นี้ ซึ่งครั้งนี้พวกเขาคัมแบ็กด้วยแนวดนตรีที่เติบโตขึ้น และหลากหลายมากยิ่งขึ้น เราชวนทั้ง 7 หนุ่มมานั่งคุยถึงเบื้องหลังอัลบั้มใหม่นี้ ไดนามิกของวง และความทรงจำสุดพิเศษที่ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นบ้านอีกหลังของพวกเขา
Becoming ‘DIFFERENT’
มีธีมหรือแนวดนตรีแบบไหนที่ได้ลองในอัลบั้มนี้บ้าง แล้วการทำอัลบั้มต่างจากอัลบั้มก่อนยังไง?
WEESA: สำหรับอัลบั้มนี้ทางทีมงานได้มาสอบถามพวกเราก่อนว่าอยากจะทำเพลงแบบไหน ถ้าเกิดว่าเทียบกับอัลบั้มก่อนหน้านี้ นี่เป็นอีกหนึ่งอัลบั้มที่ทางเมมเบอร์ทุกคนได้ใส่ความคิดเห็นลงไปในเพลงค่อนข้างเยอะ แล้วก็อย่างผมกับ JIMMY เองก็ได้มีส่วนร่วมในการทำเนื้อเพลงขึ้นมาด้วย แล้วเราก็ยังใช้เวลาไปกับการอัดเพลงค่อนข้างเยอะด้วยครับ นี่เลยเป็นอีกอัลบั้มนึงที่เมมเบอร์รู้สึกได้ใช้เวลากับมันค่อนข้างเยอะมากๆ ครับ
คุณได้ร่วมงานกับทีมงานระดับโลกในเพลง ‘I Got Ways.’ ประสบการณ์ในครั้งนี้เป็นยังไงบ้าง และอะไรคือเหตุที่เลือกทำคอนเซปต์ที่โตขึ้น?
JIMMY: สำหรับ I Got Ways พวกเราร่วมทำงานกับโปรดิวเซอร์ที่มีชื่อว่าคุณ Rykeyz ซึ่งเป็นคนที่มีผลงานทางฝั่งอเมริกาอยู่แล้ว ปกติพวกเราก็ได้ฟังผลงานของเขามาบ้าง ก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ได้ร่วมงานกันครับ จริงๆ แล้วอัลบั้มนี้มันไม่ใช่แค่การทำงานร่วมกันในระดับประเทศ แต่ยังมีโอกาสที่ได้ทำงานกับผู้คนที่หลากหลายขึ้นด้วยครับ
‘If You’re Mine’ คือซิงเกิ้ลที่กลับสู่รากความเป็นฮิปฮอปของวง การได้ทำเพลงฮิปฮอปสำคัญกับอัลบั้มนี้ยังไง?
JIMMY: เพลงนี้มีความเป็น PSYCHIC FEVER ค่อนข้างสูงมาก แล้วก็ยังได้ทำงานร่วมกับคุณ WILJAM, MI และ Jigg ที่มาร่วมทำเพลงนี้ด้วยครับ แล้วเพลงนี้ก็สื่อถึงความเป็นตัวเองของพวกเราออกมาค่อนข้างสูง ซึ่งในเพลงนี้ก็จะมีซาวด์แบบฮิปฮอปนะครับ ก็เป็นเพลงที่อยากจะให้ทุกคนได้ลองฟัง
แฟนๆ สามารถคาดหวัง หรือตั้งตารออะไรจากอัลบั้มนี้ได้บ้าง?
RYOGA: ในอัลบั้มนี้เองจะมีเพลงที่เป็นแนว Hip Hop กับ R&B เป็นส่วนมาก ซึ่งพวกเราเองก็ได้ลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนด้วยครับ เพราะฉะนั้นก็คาดหวังให้คนที่ไม่ได้เคยฟังเพลงของ PSYCHIC FEVER มาก่อนได้มาลองฟังเพลงในอัลบั้มนี้ เพราะจริงๆ แล้วเพลงที่ทำออกมามีหลากหลายแนว แต่ก็ยังมีความเป็นตัวตนของพวกเราค่อนข้างสูง ซึ่งเราไม่ได้เน้นหนักไปที่แนวใดแนวหนึ่ง ก็เพราะว่าอยากจะให้ทุกคนได้มาสนุกไปกับเพลงของเราด้วยครับ
ระหว่างเพลง ‘I Got Ways’ กับ ‘If You’re Mine’ เพลงไหนท้าทายกว่ากันทั้งในแง่ของการทำเพลงและการเพอร์ฟอร์ม?
REN: จริงๆ แล้วทั้ง 2 เพลงนี้ก็มีความยากเหมือนกัน แต่จะรู้สึกว่าเพลง I Got Ways ยากกว่าด้วยความที่เป็นเพลงแบบ R&B ด้วย ไม่ว่าจะเป็นไวบ์ วิธีการร้อง หรือว่าการแสดงออก พวกเราก็จะต้องฝึกฝนก่อนการอัดเพลงเยอะมาก เพื่อที่จะทำออกมาให้ยังมีความเป็นตัวเองอยู่ ซึ่งก็เหมือนได้เรียนรู้อะไรเยอะมากจากเพลงนี้ครับ ก็หวังว่าทุกคนจะชอบเพลงนี้ครับ
ถ้าต้องเลือกหนึ่งเพลงที่ถ่ายทอด DNA ของ PSYCHIC FEVER ได้ดีที่สุด เพลงนั้นจะเป็นเพลงอะไร?
TSURUGI: คงเป็นเพลง ‘Just Like Dat feat. JP THE WAVY’ นะครับ เพราะแนวดนตรีของเพลงนี้มันสื่อถึงความเป็นตัวพวกเราเยอะมากที่สุดแล้ว ก็เลยรู้สึกว่ามันเป็นน่าจะเป็น DNA ของพวกผม เพราะว่าเรามีความเป็นตัวเองค่อนข้างมาก แล้วเอ็มวีเนี่ยก็เป็นไลฟ์เพอร์ฟอร์แมนซ์ด้วย รู้สึกว่าพวกเราทุ่มเทแรงทุ่มเทพลังกับการทำไลฟ์เพอร์ฟอร์แมนซ์นั้นค่อนข้างมาก ก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นเพลงนี้ครับ
The Synergy of Seven
หนุ่มๆ ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยหันตลอด มีวิธีบาลานซ์ความเป็นตัวเองเข้ากับไดนามิกของวงยังไงบ้าง?
RYUSHIN: จริงๆ แล้ว พวกเราทั้ง 7 คน ก็มี 7 คาแร็กเตอร์เลยครับ ไม่ว่าเวลาจะเรื่องของการทำงาน หรือการอยู่ร่วมกันก็ตาม ซึ่งพวกเราก็พยายามจะสื่อสารกันให้ชัดเจน และเข้าใจมากที่สุด แล้วก็ฟังความคิดเห็นของทุกคนไปร่วมกัน ถึงเราจะแตกต่าง แต่ก็พยายามที่จะฟังความเห็นทุกคน แล้วก็นำมาสร้างบาลานซ์ให้ดีภายในวงครับ ก็คิดว่าด้วยเหตุผลนี้แหละครับ ที่ทำให้ทุกคนอยู่ด้วยกันมาได้ถึงตรงนี้ แล้วก็อยากจะใช้ประสบการณ์ตรงนี้มาปรับปรุง เพื่อให้อนาคตของเราเป็นวงที่พัฒนาไปได้ดีขึ้นมากกว่านี้ครับ
มองภาพ PSYCHIC FEVER ในอีก 5 ปีเอาไว้ยังไงบ้าง?
KOKORO: ตอนนี้พวกเราเดบิวต์มาเป็นปีที่4 แล้วครับ ถ้าให้คิดว่าอีก 5 ปีต่อไปข้างหน้าจะเป็นยังไง ก็คาดหวังว่าอยากจะเล่นคอนเสิร์ตที่มีผู้ชมเยอะๆ ถ้าในประเทศไทยก็น่าจะเป็นสเตจระดับอารีน่า หรือสเตเดี้ยมครับ แล้วก็อยากจะทำเพลงเนี่ยที่เชื่อมคนทั่วโลกเข้าหากันให้ได้ด้วยความเป็นเอ็นเตอร์เทนเมนท์ครับ
Thailand & ForEVER
ได้มาประเทศไทยอีกครั้งเป็นยังไงบ้าง แล้วสิ่งแรกที่นึกถึงเวลาได้มาประเทศไทยคืออะไร?
TSURUGI: การที่ได้มาประเทศไทยสิ่งแรกที่คิดถึงเลยก็คือ ForEVER ชาวไทย เพราะว่าทุกคนเป็นสิ่งที่พิเศษสำหรับพวกเราครับ ประเทศไทยสำหรับพวกเราก็เป็นจุดเปลี่ยนหนึ่งที่ค่อนข้างใหญ่ด้วยครับ เพราะฉะนั้นก็เลยรู้สึกว่าสิ่งที่สำคัญก็คือแฟนๆ ในไทยครับ
ได้ไปเที่ยวในประเทศไทยกันมาบ้างรึยัง ประสบการณ์ในไทยเป็นยังไงบ้าง?
RYOGA: จริงๆ เรามาประเทศไทยกันค่อนข้างบ่อยเลยครับ ทุกครั้งที่มาก็จะได้ไปลองทั้งอาหารไทย การนวด หรือว่าไปช้อปปิ้ง ผมคิดว่าประเทศไทยเป็นที่ที่มีเรื่องที่สนุกเยอะแยะเลย แล้วก็รู้สึกว่าเป็นที่ที่มีผู้คนยิ้มแย้ม อัธยาศัยดี บางทีออกไปข้างนอกก็สามารถทักทายใครก็ได้ แล้วในทางตรงข้ามกัน บางทีก็มีคนเข้ามาทักเหมือนกันครับ เรียกว่าผู้คนค่อนข้างเฟรนลี่ครับ
มีศิลปินไทยที่เป็น dream collaboration ที่อยากร่วมงานด้วยบ้างไหม?
JIMMY: วง Bodyslam ครับ เพราะว่าเรามีโอกาสได้ดู Bodyslam แสดงมาก่อนครับ แล้วรู้สึกว่า เป็นวงที่ดูมีแพสชั่นมากๆ แล้วก็มีความร้อนแรงมากๆ อยากจะได้รับพลังแบบนั้นมาแชร์กันสักครั้งผ่านการทำเพลงครับ เพราะว่าเรามีความประทับใจมากเป็นพิเศษ ถ้าเมื่อไรมีโอกาสก็อยากจะร่วมงานกับ Bodyslam ครับ
โมเมนต์ที่น่าจดจำที่สุดกับแฟนๆ ชาวไทยคืออะไร และทำไมมันถึงพิเศษ?
RYUSHIN: สิ่งที่ประทับใจแล้วก็อยู่ในความทรงจำสำหรับของพวกเรา ทุกครั้งที่มาไทยหรือได้แสดงสดก็มักจะมีเซอร์ไพรส์จากแฟนๆ ชาวไทยเสมอเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นการทำข้อความต่างๆ หรือว่าทำภาพต่างๆ ขึ้นจอให้เรา ก็คิดว่านี่น่าจะเป็นวัฒนธรรมหนึ่งของแฟนคลับชาวไทยเลยครับ เพราะว่าเราไม่เคยเจอจากที่อื่นมาก่อนเลย ไม่เคยได้รับประสบการณ์แบบนี้มาก่อนครับ มาเจอครั้งแรกก็เป็นที่ประเทศไทย ก็รู้สึกประทับใจ แล้วก็ขอบคุณมากๆ เลยครับ
การได้พูดคุยกับทั้ง 7 หนุ่ม PSYCHIC FEVER ในครั้งนี้ ทำให้เราเห็นถึงพัฒนาการทางดนตรี และตัวตนที่ชัดเจนขึ้นของพวกเขา ตลอดจนพลังงานบวกและความรักที่มีต่อแฟนๆ อย่างเต็มเปี่ยม สามารถตามไปฟังอัลบั้มใหม่และมิวสิกวิดีโอของ PSYCHIC FEVER ได้แล้ววันนี้ทางสตรีมมิ่งทุกแพลตฟอร์ม
ติดตามอ่านเนื้อหาจาก Men’s Folio Thailand เพิ่มเติมได้ที่ mensfoliothailand.com และติดตามความเคลื่อนไหวอื่นๆ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย @mensfolioth








