สรุปเทรนด์ล่าสุดส่งตรงจากรันเวย์ประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2025-26 – Part I


Louis Vuitton

นี่คือบทพิสูจน์ถึงความสำเร็จในความสัมพันธ์ของทั้ง Pharrell Williams และ Nigo ในการสร้างสรรค์คอลเลกชั่นเครื่องแต่งกายในฝั่งสุภาพบุรุษได้อย่างไร้ข้อสงสัย ภายใต้ชื่อคอลเลกชั่น ‘Remember the Future’ ที่รื้อค้นเรื่องผ่านโครงสร้างชุดสตรีทแวร์ในช่วงยุคปี 2000 และงานในคลังเก็บเอกสารเก่าต่อยอดด้วยจินตนาการผ่านการสื่อสารด้วยวัสดุและลวดลายใหม่ๆ ในสไตล์แบบ Dandyism ในชิ้นงานเทเลอร์ริ่งผสานเข้ากับสตรีทสไตล์ทั้งบอมเบอร์แจ็กเกต โค้ทบาร์ก้า แจ็กเกตยีนส์ ท่อนล่านโดดเด่นด้วยกางเกงขาม้า ยีนส์ ราวกับจะสดุดีให้กับความรุ่งเรืองของสตรีทแวร์ผ่านความหรูหราในแบบฉบับของ Louis Vuitton ที่ล้อไปกับลวดลายโมโนแกรม, ลายดาร์มิเย่ร์, Damoflage, ลายดอกบ๊วยไปจนถึงการเดินด้ายตะเข็บแบบ Sashiko ที่สะท้อนและให้การคารวะงานหัตถกรรมญี่ปุ่นผ่านโทนสีสุดคลาสสิกอย่างสีน้ำเงินอินดิโก้สีน้ำตาลตัดกับโทนสีหวานพาสเทลอย่างสีชมพูจากดอกซากุระ และสีเขียว Sencha ยังไม่นับรวมการสกรีนภาพใบหน้าคู่กันระหว่าง Pharrell และ Nigo ลงบนกระเป๋าที่มอบคาแรกเตอร์เฉพาะตัว นับเป็นการผสานวัฒนธรรมจาก 2 ฝั่งโลกได้อย่างสมบูรณ์แบบผ่านวิถี Workwear และ Dandyism ความหรูหราที่ไม่จำเป็นต้องโอ้อวดและสวมใส่ได้จริง

Prada

ท่ามกลางโครงเหล็ก 3 ชั้นที่สื่อถึงความปลอดภัยในความเปราะบางและความตึงเครียดในธรรมชาติของมนุษย์ การสร้างสภาพแวดล้อมในแบบไนท์คลับปูลาดด้วยพรมในสไตล์ Art Nouveau แสงเงาที่เคลื่อนไหวทำให้ราวกับเหล่านายแบบกรีฑาทัพผ่านห้วงแห่งจิตใต้สำนึกที่ถูกจัดขึ้น ณ Fondazione Prada’s Deposito ทั้ง Miuccia Prada และ Raf Simons สร้างสรรค์คอลเลกชั่นนี้ขึ้นเพื่อที่จะตั้งใจสื่อสารถึงเครื่องแต่งกายที่ขับเคลื่อนจากสัญชาตญาณดิบ โดยนำเสนอผ่านเส้นแบ่งที่ถูกทำลายระหว่างความดิบและความพิถีพิถันที่เชื่อมอดีต ปัจจุบัน และอนาคตไว้ด้วยกัน การต่อต้านความสมบูร์แบบด้วยความไม่สมบูรณ์แบบเพื่อท้าทายโลกที่กำลังถูกขับเคลื่อนด้วย AI การกลับไปหาแรงบันดาลใจจากสัญชาติดิบของมนุษย์จึงอาจเป็นการสะท้อนถึงโลกที่กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง ผ่านชิ้นงานอย่างเสื้อผ้าปลายรุ่ย เย็บขาดวิ่นแบบอสมมาตรา เสื้อคลุมตัวหลวม เสื้อโค้ท กางเกงแบบสกินนี่ สื่อถึงเป้าหมายหลักที่ฝืนความสมบูรณ์แบบในอัลกอริทึมของเทคโนโลยีผสานเข้ากับสไตล์เวสเทิร์นสีสันสดใส ลายพิมพ์ดอกไม้ นิตแวร์ และที่ขาดไม่ได้คือขนสัตว์เทียมสัญลักษณ์ของสัตว์ป่า ที่คืนความเป็นอิสระและรากเหง้าในธรรมชาติของมนุษย์ ผ่านบทสรุปที่ตอบโต้สังคมที่สอนสั่งในความสมบูรณ์แบบ และชวนให้เราตั้งคำถามถึง ‘เมื่อผู้คนต้องเผชิญกับความสมบูรณ์แบบของเทคโนโลยี AI, แล้วความไม่สมบูรณ์แบบนั้นกำลังบอกอะไรเรากันแน่’ 

VALENTINO 

เมื่อ Alessandro Michele แปลงโฉมรันเวย์โชว์ Valentino คอลเลกชั่นล่าสุดให้กลายเป็นห้องน้ำสาธารณะในสไตล์ลินซ์ (Lynchian dystopian restroom) ที่อาบด้วยสีแดงสดผสานเข้าแสงแฟลชและบทเพลงประกอบอย่าง Gods & Monsters ของ Lana Del Rey ราวกับจะให้เราไปสำรวจถึงความใกล้ชิดที่ไม่เคยหยุดนิ่งระหว่างพื้นที่ส่วนตัวกับพื้นที่สาธารณะ แม้จะใช้รันเวย์และเซ็ตติ้งในสไตล์ที่จงใจให้ดูตลกร้าย ที่ทำให้เรารู้สึกช็อคและสนุกในคราวเดียวกัน Michele ก็ยังไม่ลืมนำสิ่งที่เรียกว่า ‘Valentino’s Heritage’
นำกลับมาใช้ได้อย่างมีชั้นเชิง ในขนาดเดียวกันก็ยังสามารถอยู่ภายใต้ลายเซ็นของ Michele ได้อย่างแนบเนียนผ่านชิ้นงานในสไตล์วินเทจทั้งลวดลายดอกไม้ ลายพิมพ์รูปแมว ลายจุด ที่เป็นดั่งสัญลักษณ์ของความอิสระทางทางเพศและแนวคิดเรื่อง Gende-Fluid ที่ Michele เน้นย้ำมาเสมอ โดยเฉพาะรองเท้า Vans ลายตารางขาวดำ ที่มาพร้อมกับข้อความ ‘I love my Vans’ ที่เปลี่ยนรองเท้าสตรีทแวร์ให้กลายเป็นภาพจำของ Valentino ได้ทันที นอกจากนั้น Michele ยังรวบรวมเอาหลากหลายวัสดุจากคลังเก็บเอกสารเก่าตั้งแต่ยุค ’30s – ’80s อย่างผ้าลูกไม้ผ้าซาติน ขนสัตว์ และชิ้นสิ่งของตกแต่งลูกไม้เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับคอลเลกชั่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Zegna

ณ พื้นที่จัดแสดงโชว์ที่ปูเต็มไปด้วยโค้งเว้าของเนินหญ้าและภาพแกะอันสงบเงียบ กลิ่นอาย ‘Vellus Aureum’ คือจุดศูนย์กลางของคอลเลกชั่น ภายใต้การดูแลของ Alessandro Santori ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ นำเสนอผ้าทอขนสัตว์พิเศษ ที่มีความละเอียดเพียง 9.4 ไมครอน ซึ่งเป็นผลงานจากรางวัล Wool Trophy ที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 1963 ราวกับจะประกาศศักดาว่าเราคือราชาแห่งสิ่งทอที่ครองบัลลังก์ตลอดมา การเดินทางของสุภาพบุรุษของ Zegna ในการตามหาความงามที่แท้จริงของสิ่งทอและมรดกตกทอดของช่างทอผ้าชั้นสูงของตระกูลถูกถ่ายทอดผ่านชิ้นงานอย่างเชิ้ตผ้าฝ้ายสวมทับซ้อนสองชั้น สเวตเตอร์ผ้าขนสัตว์คอวี กางเกงเอวสูง รองเท้าโลฟเฟอร์์และแว่นตาทรงย้อนยุคสะท้อนสไตล์ของความเรียบง่ายและท่าทีของร็อกสตาร์ในยุคคลาสสิกไว้ด้วยกัน โดยยังยืดหยัดในแนวทาง ‘Quiet Luxury’ ด้วยงานหัตถกรรมและวัสดุสุดล้ำค่าอันทรงพลัง แต่สัมผัสได้ถึงคุณภาพที่แท้จริง ด้วยการเลือกใช้นายแบบหลากหลายวัยตั้งแต่  Gen-Z ไปจนถึง รุ่น Baby Boomers โดยเฉพาะ John Turturro ซึ่งตอกย้ำว่าเสื้อผ้าสามารถเป็นมรดกที่ส่งต่อรุ่นสู่รุ่นได้อย่างแท้จริง

Dolce & Gabbana

ท่ามกลางแสงแฟลชยามค่ำคืน Dolce & Gabbana ปลุกประกายชีวิตให้กลับมาเจิดจรัสอีกครั้งด้วยรันเวย์โชว์ที่เต็มไปด้วยปาปารัสซี่ และห้วงจังหวะความวุ่นวายของวัฒนธรรมแห่งความหรูหราและกลิ่นอายแบบ Cinematic Drama ที่ทั้งให้อารมณ์แบบความดิบเถื่อน ร้อนแรง ในโลกที่กล้องพร้อมจะถ่าพภาพได้ทุกเมื่อ ‘เสื้อผ้า’ จึงต้องพร้อมเสมอเช่นกันที่จะมีแรงปะทะทางสายตา ทั้งหมดนั้นจึงพาเราย้อนกลับไปชื่นชมความงดงามและรากเหง้าของ Dolce Vita ในยุค ‘60s ความหล่อเหลาในอุดมคติ ความอ่อนละมุนของขนสัตว์ (แน่นอนว่าเป็น Faux) และโครงสร้างที่ถูกขับด้วยความมั่นใจจากภายในผ่านชิ้นงานอย่างชุดสูทซาตินสีเทาชาร์โคลจับคู่กับเชิ้ตโปร่งสีควันบุหรี่ โค้ทขนสัตว์เทียมลายเสือที่โอบล้อมกางเกงยีนส์ขาดวิ่นนับเป็นการจับคู่กันของสไตล์คนเมืองและความฝันในแบบที่คนดังต้องการ นั่นจึงเป็นคำถามที่ว่าความเรียบง่ายที่หลายแบรนด์กำลังถามหา แต่ความอลังการนั้นเล่า มันหายไปไหน? แรงขับเคลื่อนของผู้ชาย Dolce & Gabbana
ในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการสวมบทนักแสดงในภาพยนตร์ Film Noir ซูเปอร์สตาร์แห่งยุคเรโทร โดยไม่ตกเป็นเหยื่อของความเก่า แต่เป็นการจับคู่กันที่เฉียบคมและดึงดูดสายตาได้เสมอ 

Hermès 

ในความโกลาหลอลหม่านของวงการแฟชั่น Véronique Nichanian พาสุภาพบุรุษจาก Hermès ลอยตัวอยู่ในความสงบเหนือความวุ่นวายทั้งปวง
 ณ Palais d’léna กรุงปารีส ก่อกำเนิดสุนทรียะแห่งการสำรวจในห้วงการเดินทางผ่านเครื่องแต่งกายที่อบอุ่น มั่นคง และสง่างามผ่านรายละเอียดเล็กน้อยอย่างการตัดเย็บแบบดั้งเดิมกับนวัตกรรมใหม่อย่างเฉียบคม อย่างการผสานวัสดุอันล้ำค่าอย่างหนังกลับ เชิ้ตหนังกวาง แจ็กเกตหนังลูกวัว พร้อมกับตกแต่งซิปเงินแวววาว ที่เน้นย้ำว่าความหรูหราที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องตะโกนเสียงดัง เชิ้ตเรียบง่ายถูกนำมาจับคู่กับกางเกงพับปลายขาแบบสองชั้น ชุดสูทกระดุมสองแถวที่ตั้งคำถามเรื่องเครื่องแบบสำหรับผู้ชายและตอบคำเรื่องเรื่องการคืนความสุขในการสวมใส่ แน่นอนว่ารากฐานประวัติศาสตร์คือแรงขับเคลื่อนสำคัญในการรังสรรค์คอลเลกชั่นและการมองไปยังอนาคตก็เป็นเรื่องที่สำคัญ ระหว่าง Véronique และ Hermès จึงกลายเป็นบทสนทนาของความสงบและพลัง เรื่องราวในอดีตและนวัตกรรม ความอบอุ่นของบ้านและแสงแฟลช สุภาพบุรุษชาวเมืองที่สวมทุกอย่างด้วยความมั่นใจก้าวย่างอยู่ใน ‘บ้าน’ เสื้อผ้าที่ไม่มีประกายเย้ายวนสายตาแต่ให้ความรู้สึกพร้อมรับกับสิ่งที่เข้ามาอยู่เสมอ

Saint Laurent

หลังจากหยุดพักการแสดงโชว์ไปเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ครั้งนี้ Anthony Vaccarello กลับมาตอกย้ำรากเหง้าของ Saint Laurent ด้วยการนำเสนอ สัญลักษณ์ถึง ‘ระดับมารยาทชั้นสูง’ แต่แฝงได้ด้วย ‘สัญชาตญาณดิบแห่งความเย้ายวน’ ผลที่ได้คือความสมดุลแห่งเครื่องแต่งกายสุภาพบุรุษ ที่ก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดทางเพศและห้วงอารมณ์ ผ่านชิ้นงานโครงสร้างของแจ็กเกตและเสื้อคลุมไหล่กว้างและขนาดใหญ่เกินจริง คัทติ้งที่คมกริบระดับเทเลอร์ริ่ง การตัดเย็บสุดพิถีพิถันสร้างสัดส่วนสามเหลี่ยมหัวคว่ำที่ยิ่งใหญ่และทรงพลังในวัสดุที่ดีที่สุดอย่างผ้าขนสัตว์ Virgin Wool แคชเมียร์ ผ้าไหม หนังลูกวัวและขนสัตว์ ที่บ่งบอกถึงช่างฝีมือชั้นสูงของเมซง สิ่งที่โดดเด่นมิอาจละสายตาได้คงจะหนีไม่พ้นรองเท้าหนัง Wader สูงถึงต้นขาที่กลายเป็นสัญลักษณ์ถึงพันธนาการของชาติบุรุษ ความหรูหราในแบบเร้นลับ เล่นกับอารมณ์ ‘Luxury with Edge’ ที่ Saint Laurent นำเสนอมาอย่างต่อเนื่องยังคงอยู่ครบแต่คราวนี้ลึกกว่าที่เคยและมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ทั้งหมดเป็นการเน้นย้ำถึงความคลาสสิกไม่ใช่แค่การไปจมยึดติดแต่กับอดีต แต่เป็นเรื่องของการจัดวางโครงสร้างที่สัมพันธ์ไปกับอารมณ์ในเรื่องราวสมัยใหม่ได้ระหว่างแสงและเงา ความละเอียดละไมและความเย้ายวน ความแข็งแกร่ง และ ความพลิ้วไหว ทั้งหมดปรากฏอยู่ในฉากหลังแชนเดอเลียทองแดงขนาดยักษ์สร้างบรรยากาศพิธีกรรมลึกลับที่ชวนให้คุณลุ่มหลงไปในโลกแห่งแฟชั่น

More from this stream

Recomended

OUTFITS OF THE WEEK #16 – รวมไอเดียลุคประจำสัปดาห์จากหนุ่มๆ ที่น่าจับตามอง

Outfits of the week ในสัปดาห์นี้เราคัดเลือก 3 ลุค จากเหล่าคนดังที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็น ลุคของ โฟร์ท ณัฐวรรธน์, ออฟ จุมพล หรือ ซี ทวินันท์ ที่หนุ่มๆ สามารถหยิบมาเป็นไอเดียในการแต่งตัวได้แน่นอน

เมื่อ Tom Cruise สวม Vacheron Constantin Overseas ในบท Digger Rockwell

ความเท่ระดับฮอลลีวูดของซูเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง ทอม ครูซ ที่ล่าสุดได้ปรากฏตัวในบทบาท "ดิกเกอร์ ร็อคเวลล์" จากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่อง Digger โดยในเรื่องนี้เขาได้สวมใส่นาฬิกา Vacheron...

BANG & OLUFSEN ประกาศแต่งตั้ง JOHN LEGEND เป็น GLOBAL BRAND AMBASSADOR

Bang & Olufsen แบรนด์เครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ชั้นนำจากประเทศเดนมาร์ก...