หลอมรวมความประณีตระดับชั้นครูแห่งโลกไฮแฟชั่นเข้ากับจิตวิญญาณแห่งชัยชนะของสโมสรฟุตบอลระดับตำนาน ผ่านผลงานการรังสรรค์ลุคทางการและชุดเดินทางชุดใหม่ โดย Pharrell Williams ต้อนรับการแข่งขันฤดูกาลใหม่

ในช่วงเวลาที่ทีมฟุตบอลชายของสโมสร Real Madrid กำลังเริ่มต้นศึกการแข่งขัน UEFA Champions League ฤดูกาล 2026-2027 Louis Vuitton ได้ก้าวเข้าสู่ปีที่สองของความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับสโมสรระดับตำนานจากสเปนแห่งนี้ โดยต่อยอดจากความมุ่งมั่นร่วมกันในการแสวงหาความสมบูรณ์แบบและการก้าวสู่จุดสูงสุดใหม่สำหรับฤดูกาลนี้ ถือเป็นการวิวัฒนาการครั้งสำคัญของคอลเลกชั่น โดย หลุยส์ วิตตอง ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับทั้งทีมฟุตบอลชาย ทีมฟุตบอลหญิง และทีมบาสเกตบอลชาย เพื่อสะท้อนถึงงานตัดเย็บอันเป็นเอกลักษณ์ ที่อุทิศให้แก่เหล่านักกีฬาระดับโลกผู้สร้างความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ก้องกังวานไปไกลเกินกว่าขอบสนาม
อ่านเพิ่มเติม: Louis Vuitton Fall 2027 Capsule คอลเลกชั่นผู้ชายที่เปลี่ยนทริปปิกนิกแบบผู้ดีอังกฤษ ให้เป็นความเท่สไตล์ Modern Dandy
ศิลปะแห่งการตัดเย็บและการเดินทาง ภายใต้การนำของ Pharrell Williams
ชุดทางการ และชุดเดินทางอย่างเป็นทางการในคอลเลกชั่นนี้ ได้รับการออกแบบขึ้นเป็นพิเศษสำหรับเหล่านักกีฬาและตัวแทนของสโมสร โดยเป็นผลงานการสร้างสรรค์จาก Men’s Studio ของหลุยส์ วิตตอง ภายใต้การดูแลของผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ Pharrell Williams ตัวชุดเน้นย้ำถึงศิลปะการตัดเย็บที่ประณีตแม่นยำ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากคอลเลกชั่นหีบเดินทาง Louis Vuitton Trunk ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 โดยเป็นการผสมผสานชิ้นงานใหม่ๆ เข้ากับดีไซน์ดั้งเดิมอย่างลงตัวเพื่อสร้างสรรค์คอลเลกชั่นที่ร่วมสมัยและกลมกลืนในขณะเดียวกัน เครื่องหนังในคอลเลกชั่นนี้ยังร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 130 ปีของลาย Monogram ผ่านไลน์ Mon Monogram อีกด้วย
‘Formal Travel Look’ กับการถ่ายทอดความผ่อนคลายและความหรูหราไปพร้อมฟังก์ชันการใช้งาน
สำหรับลุคเดินทางอย่างเป็นทางการ ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ทั้งความสบาย ความโดดเด่น และประโยชน์ใช้สอย ชิ้นงานไฮไลต์ใหม่ประกอบด้วย เสื้อแจ็กเก็ตไนลอนแบบสลับใส่ได้สองด้าน (Reversible Nylon Jacket) ตกแต่งด้านในด้วยลาย Monogram แบบเต็มตัว มอบสไตล์ที่แตกต่างกันสองรูปแบบ ตกแต่งกระเป๋าด้วยลายเซ็นปั๊มลึกบนหนังสีคอนทราสต์ ปักตราสโมสรที่ด้านหน้า พร้อมป้ายชื่อส่วนตัวด้านในที่ประทับตราสัญลักษณ์ของทั้ง Real Madrid และ Louis Vuitton, เสื้อสเวตเตอร์สีกรมท่า (Navy Blue Sweater) ที่โดดเด่นด้วยลายเซ็น ‘Vuitton’ ทำจากหนังสีคอนทราสต์บริเวณหน้าอก และปักตราสโมสรที่ด้านหลัง
เสื้อโปโลสีเบจ (Beige Polo Shirt) ที่ออกแบบมาแทนที่เสื้อโปโลสีกรมท่าที่ใช้อยู่เดิม ตกแต่งด้วยอักษรย่อ LV ปั๊มลึกบนหนังสีคอนทราสต์ที่ชายเสื้อ ปักตราสโมสรที่ด้านหน้า และมีป้ายชื่อส่วนตัวด้านใน และเครื่องประดับที่เข้าชุดกัน ไม่ว่าจะเป็นเข็มขัด LV Dimension & Frog แบบสลับใส่ได้สองด้าน ทำจากหนังและผ้าใบ Monogram พร้อมหมวกสีกรมท่าดีไซน์เรียบหรู ปักโลโก้แบรนด์ด้วยไหมสีน้ำเงินในโทนเดียวกัน
‘Formal Wear’ สูทสั่งตัดสุดคลาสสิกที่เติมเต็มด้วยรายละเอียดอันงดงาม
ในส่วนของชุดทางการ ยังคงเสน่ห์ของชุดสูทสั่งตัดอันไร้ที่ติ ซึ่งถูกนำมาจับคู่กับเสื้อเชิ้ตสีฟ้าตัวใหม่แต่งลายทางสีขาวบางเบา และเสื้อโปโลสีเบจ นอกจากนี้ ยังมีเสื้อโค้ตผ้าแคชเมียร์ทรงหรูจากคอลเลกชั่นถาวรของหลุยส์ วิตตอง ที่มาพร้อมผ้าพันคอลาย Monogram แบบถอดได้ซึ่งยึดติดกับปกเสื้อด้วยกระดุม ตัวโค้ตประดับด้วยอักษรย่อ LV ปั๊มลึกบนหนังสีคอนทราสต์ที่กระเป๋า ปักตราสโมสรด้านหน้า แต่งซับในด้วยลาย Monogram และมีป้ายชื่อส่วนตัวด้านในที่ประทับตรา Real Madrid, Louis Vuitton พร้อมอักษรย่อชื่อของนักกีฬาแต่ละคนอีกด้วย
ความเอ็กซ์คลูซีฟและพันธกิจแห่งโลกกีฬา
คอลเลกชั่นพิเศษ Louis Vuitton x Real Madrid ทั้งชุด Formal Wear และ Formal Travel Wear นี้ เป็นผลงานพิเศษที่ไม่ได้มีวางจำหน่ายทั่วไป อย่างไรก็ตามสินค้ารุ่นไอคอนิกที่เป็นแรงบันดาลใจของคอลเลกชั่นนี้ รวมถึงบริการปรับแต่งลวดลาย Mon Monogram มีวางจำหน่าย ณ สโตร์ของหลุยส์ วิตตอง และช่องทางออนไลน์ที่ louisvuitton.com
การจับมือกับเรอัล มาดริด ในครั้งนี้ ถือเป็นการร่วมบันทึกประวัติศาสตร์กับสโมสรฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในโลก ซึ่งรวมเหล่ายอดนักเตะระดับตำนานไว้ภายใต้สีเสื้อของสโมสรมาตั้งแต่ปี 1902 อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำสถานะของหลุยส์ วิตตอง ในฐานะพันธมิตรของการแข่งขันกีฬาระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นมหกรรมกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิก ปารีส 2024, การแข่งขันฟุตบอลโลก FIFA World Cup 2026 หรือการแข่งขันรถสูตรหนึ่ง Formula 1® World Championship ผ่านการสร้างสรรค์หีบถ้วยรางวัล (Trophy Trunks) อันทรงเกียรติ

ติดตามอ่านเนื้อหาจาก Men’s Folio Thailand เพิ่มเติมได้ที่ mensfoliothailand.com และติดตามความเคลื่อนไหวอื่นๆ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย @mensfolioth





















