Loro Piana นำเสนอแคมเปญโฆษณาประจำฤดูกาล Fall/Winter 2026–2027

แคมเปญโฆษณาจาก Loro Piana ในครั้งนี้นำเสนอผ่านฝีมือการถ่ายภาพของ Mario Sorrenti ณ เมือง Houston ท่ามกลางโลกแห่งศิลปะและวัฒนธรรมของตระกูล de Menil เพื่อสะท้อนบทสนทนาระหว่างศิลปะ สถาปัตยกรรม และวิถีชีวิตอันงดงามเหนือกาลเวลา

อาจกล่าวได้ว่า ภูมิทัศน์ทางศิลปะและวัฒนธรรมอันโดดเด่นของมหานครฮิวสตัน แห่งรัฐเท็กซัส ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของ John และ Dominique de Menil คู่สามีภรรยานักสะสมงานศิลปะผู้ทรงอิทธิพล ที่เชื่อมั่นว่าศิลปะคือส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ด้วยปณิธานนี้ ทั้งสองได้ร่วมก่อตั้งสถาบัน และมูลนิธิอันทรงเกียรติมากมาย เพื่อสืบสานมรดกทางความคิด ศิลปะ และวัฒนธรรมให้ดำรงอยู่อย่างงดงามตราบจนปัจจุบัน มรดกทางวัฒนธรรมดังกล่าวยังปรากฏอย่างเด่นชัดผ่านสถานที่สำคัญหลายแห่ง ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นฉากสำคัญของแคมเปญโฆษณาคอลเล็กชั่นประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2026–2027 ของเมซง ถ่ายทอดผ่านเลนส์ของ Mario Sorrenti ช่างภาพแฟชั่นชาวอิตาลีผู้มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ

“การได้ถ่ายทำแคมเปญของ Loro Piana ท่ามกลางภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่ตระกูลเดอ เมอนิลได้ร่วมกันสร้างสรรค์ขึ้น นับเป็นทั้งโอกาสอันล้ำค่า และยังสร้างแรงบันดาลใจได้อย่างเหลือล้น” มาริโอ ซอร์เร็นติ กล่าว “สภาพแวดล้อมอันเปี่ยมด้วยความงดงามของผลงานศิลปะจากคอลเล็กชั่นที่จอห์นและโดมินิก เดอ เมอนิลร่วมกันเสาะหา สั่งสม และเผยแพร่ให้สาธารณชนได้เรียนรู้และชื่นชม เอื้อให้เราสามารถถ่ายทอดความงามอันเป็นธรรมชาติของคอลเล็กชั่น พร้อมเผยให้เห็นความกลมกลืนระหว่างงานออกแบบเครื่องแต่งกายกับพื้นที่โดยรอบได้อย่างลึกซึ้งและเป็นธรรมชาติ”

อ่านเพิ่มเติม: Loro Piana กับหัตถศิลป์แห่งอาภรณ์ที่ควบไปพร้อมความสง่างามแห่งกีฬาขี่ม้าชั้นสูง ณ จัตุรัสเซียนา

แคมเปญถ่ายทอดเรื่องราวผ่านพื้นที่สำคัญในโลกแห่งศิลปะและวัฒนธรรมของตระกูลเดอ เมอนิล โดยเริ่มต้นจากอดีตที่พักของจอห์นและโดมินิก เดอ เมอนิล สถานที่ซึ่งสะท้อนปรัชญาการใช้ชีวิตร่วมกับศิลปะของทั้งสองได้อย่างเด่นชัด ภายในได้รับการออกแบบโดย Charles James นักออกแบบแฟชั่นชาวอเมริกันผู้เลื่องชื่อจากผลงานโอต์กูตูร์อันวิจิตรตระการตา ก่อนจะกลายเป็นที่ตั้งของ Menil Foundation ในปี ค.ศ. 1954 ต่อมาวิสัยทัศน์ดังกล่าวได้รับการสืบทอดผ่าน The Menil Collection พิพิธภัณฑ์ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิก Renzo Piano และเปิดให้สาธารณชนเข้าชมอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1987 ตัวอาคารได้รับการออกแบบให้กลมกลืนกับภูมิทัศน์โดยรอบ พร้อมใช้แสงธรรมชาติเพื่อมอบสภาพแวดล้อมอันเหมาะสมแก่การชื่นชมผลงานศิลปะ

ตลอดทั้งแคมเปญ ภาพถ่ายได้พาผู้ชมเดินทางผ่านห้องจัดแสดงหลากหลายภายใน Menil Collection  สร้างความโดดเด่นให้แก่แต่ละผลงาน รวมไปถึงบังกะโลว์โดยรอบ อาคารสถาบันภาพวาดจิตรกรรม (Menil Drawing Institute) ตลอดจนพื้นที่สีเขียวที่เชื่อมโยงองค์ประกอบทั้งหมดเข้าด้วยกัน สถานที่แต่ละแห่งสะท้อนปรัชญาของเดอ เมอนิล ที่หลอมรวมศิลปะ สถาปัตยกรรม และชีวิตประจำวันให้ดำรงอยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติ

เรื่องราวลำดับถัดมาของแคมเปญพาผู้ชมออกเดินทางจาก The Menil Collection ไปยัง Rothko Chapel ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลกัน เดิมทีสถานที่แห่งนี้เป็นอาคารโบสถ์น้อย ก่อนจะเปิดให้สาธารณชนเข้าชมในปี ค.ศ. 1971 ในฐานะพื้นที่ซึ่งศิลปะ จิตวิญญาณ และสถาปัตยกรรมหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ภายในจัดแสดงผลงานจิตรกรรมสีพื้นดำสนิทบนผืนผ้าใบจำนวน 14 ชิ้นของ Mark Rothko โดยภาพอันเรียบง่ายเหล่านี้เผยรายละเอียด และมิติที่แปรเปลี่ยนไปตามแสงธรรมชาติในแต่ละช่วงเวลา ก่อให้เกิดประสบการณ์การรับรู้ที่แตกต่างกันอยู่ตลอดทั้งวัน เหมื่อนที่รอธโกเคยกล่าวไว้ว่า “ความยิ่งใหญ่ของงานชิ้นนี้เกินกว่าความคาดหมายทั้งหมดที่ผมเคยมี” กล่าวได้ว่า Rothko Chapel มิได้จำกัดความเป็นเพียงสถานที่สำหรับพิพิธภัณฑ์หรือโบสถ์ หากเป็นหนึ่งในพื้นที่อันหาได้ยาก ที่ความเงียบงันและการใคร่ครวญได้รับการหล่อหลอมผ่านงานจิตรกรรมและสถาปัตยกรรมอย่างกลมกลืน 

เพื่อสะท้อนถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมของนคร Houston แคมเปญครั้งนี้ยังรวบรวมนายแบบ และนางแบบต่างช่วงวัย นำโดย Sigrid de L’Epine และสามีของเธอ ศิลปิน Jean-Charles Blais ร่วมด้วย Colin Otto, Jacqui Hooper, Jackson Giles, Long Li, Noor Khan, Robert Forrest และ Selena Forrest ต่างร่วมถ่ายทอดเรื่องราวผ่านพื้นที่สำคัญเหล่านี้

โดยคอลเล็กชั่นค่อยๆ เคลื่อนไหวไปพร้อมกับสีสัน และพื้นผิวของสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นเฉดสีเขียว สีแดงอิฐ สีเทาหิน สีน้ำตาลเข้ม และสีขาวชอล์ก ที่สะท้อนรายละเอียดของโซฟากำมะหยี่ โทนสีแร่ของสถาปัตยกรรม และมิติอันลุ่มลึกของผลงาน Monochromes ภายใน Rothko Chapel ขณะเดียวกัน แคมเปญภาพยนตร์ยังถ่ายทอดเครื่องแต่งกายผ่านท่วงท่าและการใช้งานจริง ผ่านภาพเคลื่อนไหวของคู่รักที่เดินเล่นไปตามท้องถนนขณะวางมือลงบนเสื้อคลุมของสุนัขอย่างแผ่วเบา แต่ละอิริยาบถเผยให้เห็นความสง่างามในการเคลื่อนไหว ประโยชน์ใช้สอย และสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์ของสิ่งทอจากเมซงได้อย่างชัดเจน

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่แคมเปญภาพยนตร์นี้ถ่ายทอดได้อย่างละเมียดละไม คือดนตรีประกอบอันเปี่ยมเสน่ห์โดย Richard “Dickie” Landry ศิลปินแซกโซโฟนสัญชาติอเมริกันผู้ร่วมงานกับสองสามีภรรยาเดอ เมอนิลมาอย่างใกล้ชิด และได้รับเกียรติร่วมแสดงในงานเปิด Menil Collection ที่ Rothko Chapel เมื่อปี ค.ศ. 1987 สำหรับผลงานดนตรีในแคมเปญนี้ คีตศิลปินแห่งยุคเคยให้คำจำกัดความไว้ว่า “ให้ใจและความคิดล่องลอยอย่างอิสระ แล้วปล่อยให้นิ้วมือทำหน้าที่บอกเล่าเรื่องราว” โดยบทเพลงทั้งหมดได้รับการเรียบเรียงและบรรเลงแบบด้นสด ออกมาเป็นท่วงทำนองอันแผ่วเบาและชวนผ่อนคลาย ช่วยเนรมิตบรรยากาศตลอดการถ่ายทำให้อบอวลไปด้วยความรู้สึกอิสระ ราวกับอยู่ภายในบ้านของตนเองอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ การถ่ายทำแคมเปญโฆษณาดังกล่าว ยังสะท้อนถึงการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องที่ Loro Piana มีต่อ Menil Collection เนื่องในโอกาสครบรอบ 40 ปีที่กำลังจะมาถึงในปี 2027 “Menil Collection รู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่งสำหรับการสนับสนุนจาก Loro Piana” Rebecca Rabinow ผู้อำนวยการสถาบันกล่าว “การสนับสนุนในครั้งนี้ช่วยขับเคลื่อนพันธกิจของ Menil ในการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เข้าถึงศิลปะระดับโลก และกิจกรรมทางวัฒนธรรมอันหลากหลายโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ด้วยเหตุนี้ เราจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ Loro Piana ในฐานะผู้สนับสนุนหลักสำหรับการเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปีของ Menil ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนธันวาคม 2027 ที่จะถึงนี้”

การสนับสนุนของเมซงในครั้งนี้ ยังครอบคลุมถึงโครงการ Opening Spaces ของ Rothko Chapel ซึ่งริเริ่มขึ้นเพื่ออนุรักษ์สถาปัตยกรรมเก่าแก่อันทรงคุณค่ากว่า 55 ปี ควบคู่ไปกับการพัฒนาและขยายพื้นที่เขตอาคารฝั่งเหนือ “ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ผู้คนมากมายเดินทางมายัง Rothko Chapel เพื่อแสวงหาความสงบ ค้นหาความหมายของชีวิต และเชื่อมโยงกับห้วงเวลาส่วนตัวอันลึกซึ้ง” Abdullah Antepli ประธานผู้บริหารของ Rothko Chapel อธิบาย “การร่วมงานกับ Loro Piana ในครั้งนี้ มอบสุนทรียภาพอันงดงามที่ช่วยขยายขอบเขตประสบการณ์และนำพาภารกิจของเราให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้คนจำนวนมากได้เรียนรู้ ทำความเข้าใจ และผูกพันกับมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าขององค์กรได้อย่างลึกซึ้ง”

เมซงมักถ่ายทอดความรัก ความผูกพันที่มีต่อศิลปะและวัฒนธรรม ผ่านความหลากหลายทางสถาปัตยกรรมในแคมเปญต่างๆ เสมอมา ไม่ว่าจะเป็น Casa Rotonda บ้านพักตากอากาศบนเกาะซาร์ดิเนีย ประเทศอิตาลี ผลงานของสถาปนิกและนักออกแบบ Cini Boeri, Casa das Canoas คฤหาสน์สไตล์โมเดิร์นคลาสสิกท่ามกลางแมกไม้เขียวขจีในบราซิล โดยสถาปนิกชื่อดัง Oscar Niemeyer, Villa Santo Sospir อันเลื่องชื่อด้วยภาพจิตรกรรมปูนเปียกฝีมือ Jean Cocteau ศิลปินแนวล้ำยุคชาวฝรั่งเศส, คฤหาสน์ Grand Chalet ของศิลปินระดับตำนานอย่าง Balthus หรือกระทั่งจิตวิญญาณแห่งศิลปะในหมู่บ้าน Saint-Paul-de-Vence ที่หล่อหลอมอยู่ในทุกรายละเอียดของโรงแรม La Colombe d’Or และอาคาร Fondation Maeght ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส

ซึ่งในทุกสถานที่ ทุกบรรยากาศ และทุกภูมิทัศน์ที่เมซงเลือกสรร ล้วนสะท้อนถึงวิถีชีวิตของบุคคลผู้เคยพักอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายของศิลปะ งานหัตถศิลป์ และวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า เช่นเดียวกับแคมเปญโฆษณาล่าสุดในครั้งนี้

ติดตามอ่านเนื้อหาจาก Men’s Folio Thailand เพิ่มเติมได้ที่ mensfoliothailand.com และติดตามความเคลื่อนไหวอื่นๆ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย @mensfolioth

More from this stream

Recomended

Franck Muller เฉลิมฉลองศิลปะแห่งเหล็กดามัสกัส ด้วยคอลเลกชั่นเรือนเวลา Vanguard Damascus

เรือนเวลาที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานหัตถศิลป์โบราณซึ่งอยู่เบื้องหลังตำนานดาบของเหล่าซามูไรอย่าง คอลเลกชั่น ดามัสกัส...

พาชมดีเทล หีบใส่ถ้วยรางวัลฟุตบอลโลก FIFA World Cup 2026™ จาก Louis Vuitton กับ 16 ปีในฐานะผู้สนับสนุนหลัก

Louis Vuitton สานต่อความสัมพันธ์อันน่าประทับใจกับการแข่งขันฟุตบอลโลก...

กลิ่นน้ำหอมตาม MBTI เลือกยังไงดี? Chapter 3: The Diplomats

การเลือก น้ำหอมตาม MBTI ถือเป็นอีกหนึ่งไอเดียยอดนิยมที่ช่วยสะท้อนคาแร็กเตอร์และเสน่ห์เฉพาะตัวของหนุ่ม ๆ...

OUTFITS OF THE WEEK #14 – รวมไอเดียลุคประจำสัปดาห์จากหนุ่มๆ ที่น่าจับตามอง

รวมลุคประจำสัปดาห์จากเหล่าคนดัง ไม่ว่าจะเป็นลุคของ จุง อาเชน, พีพี กฤษฏ์ หรือ เอส ศุภ ที่หนุ่มๆ สามารถหยิบเป็นไอเดียในการแต่งตัวได้แน่นอน