GENERATION GUCCI: นิยามใหม่แห่งยุคสมัยที่ผสานอดีตและอนาคตของเมซง

แคมเปญ ‘Generation Gucci’ สะท้อนถึงการรวมตัวกันของกลุ่มคนผู้เป็นตัวแทนของคนยุคใหม่ในแบบของเมซงถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพถ่ายซึ่งนำเสนอแต่ละลุคอย่างโดดเด่นในรูปแบบของลุคบุ๊กที่บันทึกภาพโดย Demna ผู้อำนวยการสร้างสรรค์คนปัจจุบัน

Generation Gucci แคมเปญที่สะท้อนถึงการรวมตัวกันของกลุ่มคนผู้เป็นตัวแทนของคนยุคใหม่ในแบบ GUCCI โดย Demna ผู้อำนวยการสร้างสรรค์คนปัจจุบัน

ผสานเสน่ห์ข้ามทศวรรษผ่านงานเทเลอร์ริ่งในแบบ GUCCI

คอลเลกชั่นนี้นำเอาองค์ประกอบอันโดดเด่นจากทศวรรษต่างๆ ของแบรนด์มารวมเข้าไว้ด้วยกัน โดยผสานเอกลักษณ์จากอาร์ไคฟ์ดั้งเดิมเข้ากับไอเดียที่สดใหม่ เครื่องแต่งกายสตรีในคอลเลกชั่นนี้เน้นไปที่งานตัดเย็บอันประณีต โดดเด่นด้วยชุดสูทแบบสองชิ้น จับคู่กับกางเกงทรงสลิมฟิต รวมถึงลุคเครื่องหนังและหนังกลับแบบโททัลลุคตั้งแต่หัวจรดเท้า นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอเสื้อโค้ทที่เน้นเท็กซ์เจอร์แต่ยังคงความบางเบาเอาไว้ ในขณะที่ชุดผ้าไหมพิมพ์ลายยังคงนำลายพิมพ์ Equestrian ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากผ้าพันคอสุดคลาสสิกในอดีตของแบรนด์มาใช้

เติมเต็มสีสันแห่งปาร์ตี้และอิสระแห่งการก้าวเดิน

สำหรับไอเท็มที่ถูกออกแบบมาเพื่อสวมใส่ในงานปาร์ตี้ ประกอบไปด้วยหลากหลายไอเท็มที่ได้แรงบันดาลใจจากชุดชั้นใน สวมใส่คู่กับเสื้อบลูซง (Blouson) ผ้าไหม และชุดราตรีสไตล์มินิมัลที่ทำจากผ้าเจอร์ซีย์และผ้าไหมชีฟองที่พลิ้วไหว ในส่วนของรองเท้าก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ด้วยการใช้เส้นสายที่เรียบหรู ตั้งแต่รองเท้าส้นแบน หรือรองเท้าทรงบัลเลต์ (Ballerinas) ที่กำลังฮิตในปัจจุบัน ที่ได้แรงบันดาลใจจากไลน์กระเป๋าเดินทาง Valigeria ซึ่งในคอลเลกชั่นนี้ได้ขยายไซส์สำหรับเหล่าสุภาพบุรุษโดยเฉพาะ ไปจนถึงรองเท้าโลฟเฟอร์ดีไซน์โฉบเฉี่ยวที่มอบความเบาสบาย และไร้โครงสร้างราวที่มอบความคล่องตัวประหนึ่งรองเท้าเต้นรำ

อ่านเพิ่มเติม: The Modern Stride: ‘กลัฟ คณาวุฒิ’ กับก้าวใหม่ของทั้งสไตล์ และ ตัวตน

เครื่องประดับสเตตเมนต์ที่สะท้อน “Gucciness”

เครื่องประดับและกระเป๋าถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยตอกย้ำความโดดเด่นให้กับคอลเลกชั่นนี้ เริ่มตั้งแต่กระเป๋ารุ่นไอคอนิกอย่าง Jackie 1961 ที่ถูกนำมาตีความใหม่ในสัดส่วนที่ต่างไปจากเดิม, กระเป๋า Dionysus ที่มาในรูปทรงที่คมชัดและมีเหลี่ยมมุมมากยิ่งขึ้น รวมถึงกระเป๋าสะพายไหล่ Lunetta Phone+ ที่ตอบโจทย์การพกพาของใช้ส่วนตัวในชีวิตประจำวัน

และที่พลาดไม่ได้คือกระเป๋ารุ่น Paparazzo ซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นคีย์ไอเท็มที่สะท้อนดีเอ็นเอของแบรนด์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งแถบสี Web Stripe และฮาร์ดแวร์ Horsebit ที่มอบกลิ่นอายความเป็นกุชชี่ (Gucciness) อันเป็นเอกลักษณ์ให้กับดีไซน์ นี่คือกระเป๋าที่สามารถแมตช์เข้ากับทั้งลุคแคชชวลสบายๆ และลุคทางการที่ต้องการความหรูหรา

นับเป็นอีกหนึ่งคอลเลกชั่นที่นอกจากจะนำเสนอตัวตนในแบบของเมซงออกมาได้อย่างน่าสนใจแล้ว ยังมีไอเดียและความสร้างสรรค์ที่นำเสนอกลิ่นอายใหม่ๆ ผ่านวิสัยทัศน์ของ Demna ที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างโดดเด่น

ติดตามอ่านเนื้อหาจาก Men’s Folio Thailand เพิ่มเติมได้ที่ mensfoliothailand.com และติดตามความเคลื่อนไหวอื่นๆ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย @mensfolioth

More from this stream

Recomended

‘Grey Eyes’ นิทรรศการศิลปะจาก Wilhelm Sasnal ฉลองครบรอบ 20 ปี Espace Louis Vuitton กรุงมิวนิก

ชม Grey Eyes นิทรรศการเดี่ยวที่รวบรวมผลงานของ Wilhelm Sasnal ศิลปินชาวโปแลนด์ เฉลิมฉลองวาระครบ 20 ปี ของ Espaces Louis Vuitton ในกรุงมิวนิก

ความสปอร์ตด้วยสีสันพาสเทลใน TAG Heuer Formula 1 Solargraph ขนาดใหม่ 38mm

TAG Heuer ต่อยอดความสำเร็จของคอลเลกชั่นยอดนิยมด้วยการเปิดตัว...

Ambre Levant ปรากฏการณ์ ‘Golden Hour’ และความล้ำค่าของ ‘ทองคำสีดำ’ จาก Louis Vuitton

ในช่วงเวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ท้องฟ้าจะถูกย้อมด้วยสีอำพันอันเข้มข้นก่อนจะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ราตรีกาล ห้วงเวลาที่เปี่ยมด้วยพลังดึงดูดใจนี้เองคือจุดกำเนิดของ...

Louis Erard เผยโฉม Le Régulateur Esprit Flinqué งานศิลป์บนเรือนเวลา

Louis Erard เดินหน้ายกระดับคอลเลกชั่น...