A Century of TUDOR: เดินทางผ่าน 1 ศตวรรษแห่งจิตวิญญาณ ‘Born To Dare’ ไปกับ TUDOR

เดินทางผ่านประวัติศาสตร์กว่า 100 ปีของ TUDOR กับเรื่องราวที่ถูกเขียนขึ้นโดย ‘คุณ’ ในฐานะผู้สวมใส่ และ TUDOR ที่อยู่เคียงข้างเสมือนประจักษ์พยานที่เฝ้ามองทุกความท้าทาย ชัยชนะ และความกล้าที่จะทำลายกรอบเดิมๆ

นาฬิกาหนึ่งเรือนบนข้อมือไม่อาจสร้างประวัติศาสตร์ได้ด้วยตัวเอง แต่เรื่องราวของ TUDOR ถูกบอกเล่าผ่านเหล่า ’ผู้กล้าหาญ’ ที่สวมใส่มัน และนั่นคือจิตวิญญาณ ‘Born To Dare’

Men’s Folio ขอพาคุณเดินทางไปกับเส้นทางของเรือนเวลาจาก TUDOR ที่อยู่เคียงข้างจิตวิญญาณแห่งความกล้าหาญ ผ่านงานเสวนาสุดเอ็กซ์คลูซีฟในหัวข้อ ‘A Century of TUDOR’ ในช่วงสัปดาห์ Bangkok Watch Week 2026 ผ่านการบรรยายพิเศษจาก Cole Pennington ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ โฆษก และผู้จัดการฝ่ายการตลาดของ TUDOR ที่บินตรงมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวตลอด 100 ปีของแบรนด์ ทำให้งานเสวนาครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การบอกเล่าประวัติศาสตร์ของบริษัทผู้ผลิตนาฬิกา แต่เป็นการนำเสนอแนวคิดลึกซึ้งที่ว่า TUDOR เป็นเสมือนเพื่อนร่วมทางที่อยู่เคียงข้างผู้คนในทุกช่วงเวลาสำคัญของชีวิต ภายใต้ปรัชญาอันแข็งแกร่งของแบรนด์อย่าง ‘Born To Dare’ เสมอมา

อ่านเพิ่มเติม: ลุยเส้นทางเทรลไปกับ 4 สุดยอดนักวิ่งระดับโลกที่ก้าวเข้าสู่ครอบครัว TUDOR

ปฐมบทแห่ง ‘ความกล้า’ และการฝ่าฟันวิกฤต

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในปี 1926 เมื่อ Hans Wilsdorf ผู้ก่อตั้ง Rolex ได้จดทะเบียนชื่อ ‘The Tudor’ ด้วยวิสัยทัศน์ในการสร้างสรรค์เรือนเวลาที่เที่ยงตรง เชื่อถือได้ ในราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้ TUDOR ถือกำเนิดขึ้นในช่วงเวลาแห่งความหวังและการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่าง ‘The Roaring 20s’ ซึ่งในช่วงยุค 1920s เป็นช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมเฟื่องฟูและสังคมต้องการ ‘ความตรงต่อเวลา’ นาฬิการุ่นแรกๆ ของแบรนด์จึงโดดเด่นด้วยโลโก้ตัว ‘T’ หางยาว แม้ในทศวรรษต่อมาโลกจะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ แต่ TUDOR กลับไม่ย่อท้อ และเดินหน้าจดทะเบียนชื่อ ‘Ranger’ และเปิดตัวโลโก้ ‘Tudor Rose’ บนหน้าปัดที่ล้อมรอบด้วยโล่ สื่อถึงความประณีตทางวิศวกรรมที่ได้รับการปกป้องอย่างแน่นหนา ซึ่งในยุค 30s นี้เองที่นาฬิกา TUDOR ได้พิสูจน์ความทนทานบนข้อมือของบุคคลสำคัญอย่าง Marchesa Negrone นักบินหญิงชาวอิตาลีผู้บุกเบิกประวัติศาสตร์การบิน

ยุคแห่งการฟื้นฟูและ ‘ทศวรรษของนักบุกเบิก’

การเดินทางผ่านพ้นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มาได้ ซึ่งกิจการของ TUDOR ที่ตั้งอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งเป็นประเทศเป็นกลาง ยังคงดำเนินกิจการต่อไปและก้าวขึ้นเป็นบริษัทอิสระกระทั่งในปี 1946 ความต้องการนาฬิกาที่ทนทานจึงทำให้ตัวเรือน ‘Oyster’ กันน้ำสุดไอคอนิกของแบรนด์ได้รับความนิยมสูงสุดในช่วงเวลานั้น และเมื่อเวลาเดินทางเข้าสู่ทศวรรษ 1950s TUDOR เองก็ได้เดินทางเข้าสู่ยุคแห่งการสำรวจ ด้วยการเปิดตัว ‘Oyster Prince’ นาฬิกากลไกอัตโนมัติที่ผ่านการทดสอบสุดหฤโหดบนแผ่นน้ำแข็งขั้วโลกในภารกิจ ‘British North Greenland Expedition’ (1952-1954) และที่สำคัญที่สุดคือการเผยโฉมนาฬิกาสำหรับดำน้ำรุ่นแรกในปี 1954 ซึ่งต่อมาได้รับการยอมรับ และใช้งานจริงโดยกองทัพเรือฝรั่งเศส รวมถึงนักสำรวจโลกใต้น้ำระดับตำนานอย่าง Jacques Cousteau ที่ตอกย้ำว่านี่คือยุคที่รุ่งเรืองของเหล่านักบุกเบิก และ TUDOR ก็ยังคงเป็นแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างความสำเร็จอย่างเช่นเคย

พรมแดนใหม่และยุคแห่งเทคโนโลยี

แม้ว่า Hans Wilsdorf จะจากไปในปี 1960 แต่ปณิธานของเขายังคงอยู่ และ TUDOR ก็ก้าวเข้าสู่ตลาดประเทศจีน อีกทั้งยังตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนาฬิกาดำน้ำด้วยการร่วมงานกับหน่วย US Navy SEALs และโครงการทดลองที่อยู่อาศัยใต้น้ำ SEALAB รวมถึงภารกิจกู้คืนแคปซูลอวกาศของสหรัฐฯ ขณะที่ในยุค 1970s การมาถึงของวิกฤตการณ์ควอตซ์ที่เข้ามาสั่นคลอนอุตสาหกรรมนาฬิกาในสวิสเซอร์แลนด์ แต่ TUDOR กลับเลือกที่จะ ‘กล้า’ ด้วยการเปิดตัวเรือนเวลาโครโนกราฟรุ่นแรกที่ใช้กลไกไขลานด้วยมือ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างงดงามในโลกมอเตอร์สปอร์ต โดย TUDOR Watches Racing Team ได้สร้างชื่อเสียงอย่างมากในการแข่งขันทั่วเอเชีย

รุ่งอรุณแห่งดิจิทัลและคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

เมื่อโลกเดินทางมาสู่ยุค 80s ช่วงเวลาที่ผู้คนต่างกำลังตื่นเต้นกับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล TUDOR ในฐานะผู้ผลิตเรือนเวลาก็ได้มีการปรับตัวผ่านการปล่อยนาฬิการุ่น ‘Prince Quartz’ ออกมา แต่อย่างไรก็ตามแก่นแท้ของแบรนด์ก็ยังคงเป็นนาฬิกากลไก ซึ่งในวันที่โลกก้าวเข้าสู่ยุคอินเทอร์เน็ต TUDOR ก็ได้เปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกอย่างเป็นทางการ ด้วยการดึงตัวนักกอล์ฟที่เป็นไอคอนแห่งแวดวงกีฬายุค 90s อย่าง Tiger Woods มาร่วมถ่ายทอดตัวตนในแบบของ TUDOR พร้อมเปิดตัวนาฬิกาโครโนกราฟสีสันสะดุดตา และนาฬิกาดำน้ำที่กลายมาเป็นที่หมายปองของนักสะสมยุคปัจจุบัน

จากจุดเริ่มต้นสหัสวรรษสู่ไอคอนกระแสหลัก

TUDOR เดินทางผ่านช่วงเวลามาหลากหลายยุคสมัย จนกระทั่งการมาถึงของยุคสมัยแห่งความผันผวนทางเศรษฐกิจ ในต้นยุค 2000s แต่ถึงอย่างนั้น TUDOR ก็ยังคงพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องด้วยการเปิดตัว ‘Hydro 1200’ อีกหนึ่งเรือนเวลาที่โดดเด่นในหน้าประวัติศาสตร์นาฬิกาดำน้ำของ TUDOR ด้วยศักยภาพการดำน้ำลึกถึง 1,200 เมตร และในที่สุดการเดินทางของ TUDOR ก็ก้าวเข้าสู่ยุคโซเชียลมีเดีย ช่วงเวลาปัจจุบันที่เรากำลังใช้ชีวิตกันอยู่นี้ ซึ่ง TUDOR ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ด้วยการปล่อยคอลเลกชั่น ‘Black Bay’ และ ‘Pelagos’ สองเสาหลักที่ผสมผสานมรดกจากอดีตเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ผ่านภาพลักษณ์ของผู้ชายที่ประสบความสำเร็จอย่าง David Beckham โดยที่ในปี 2023 TUDOR ได้เปิดโรงงานผลิตแห่งใหม่ที่ Le Locle พร้อมยกระดับมาตรฐานการรับรองระดับ METAS อันเป็นเครื่องแสดงให้เห็นถึงการผสานทักษะของมนุษย์และเทคโนโลยีขั้นสูงได้อย่างลงตัว

ไฮไลต์เรือนเวลาแห่งศตวรรษ ณ BKK Watch Week 2026

นอกจากการบรรยายประวัติศาสตร์ ภายในงานยังมีการเล่าถึงความผูกพันอันยาวนานกว่า 75 ปีระหว่าง TUDOR และประเทศไทย โดยมีการจัดแสดงโปสเตอร์โฆษณาภาษาไทยจากยุค 60s ที่หาชมได้ยาก รวมถึงการจัดแสดงนาฬิกาที่ตอกย้ำแนวคิดการนำอดีตมาตีความใหม่ ได้แก่ วิวัฒนาการของ Northflag ที่มาพร้อมฟังก์ชัน GMT และมาตรฐาน Master Chronometer จัดแสดงคู่กับ Northflag รุ่นแรกจากปี 2015 ตำนานนักสำรวจ Ranger ที่ย้อนรอยไปถึงปี 1929 และรุ่นหายากอย่าง Ranger II ปี 1973 สู่ Ranger รุ่นปัจจุบัน และไฮไลต์อย่างการเผยโฉมโมเดลใหม่อย่าง TUDOR Monarch และ Black Bay 54 (BB54) หน้าปัดสีน้ำเงิน

การเดินทางของ TUDOR ที่เราได้ร่วมรับฟังผ่านงานเสวนา ‘A Century of TUDOR’ ปิดฉากลงด้วยความประทับใจและข้อคิดที่ทรงพลัง ซึ่งตอกย้ำว่า ตลอด 100 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่ทำให้ TUDOR ยิ่งใหญ่ไม่ได้มีเพียงแค่งานสร้างสรรค์เชิงวิศวกรรมกลไกที่ล้ำเลิศ แต่คือผู้คนที่สวมใส่นาฬิกาเหล่านี้ นาฬิกา TUDOR หลายพันเรือนได้โลดแล่นอยู่บนข้อมือของผู้คน ผ่านการเวลา ความสำเร็จ และประสบการณ์มากมาย และได้มีชีวิตโลดแล่นนานเกินกว่าจะนับช่วงเวลาผ่านประสบการณ์บนข้อมือของบรรดาผู้สวมใส่ ทุกวินาทีที่เข็มนาฬิกาเดินไปข้างหน้า คือการบันทึกประวัติศาสตร์ของพวกเขา เหล่าคนที่มีความกล้าหาญ ผ่านการเฝ้ามองของ TUDOR และนั่นคือจิตวิญญาณที่มีอยู่ในตัวของผู้สวมใส่ทุกคน ในแบบที่ตัวคุณเองก็สามารถมีได้เช่นกัน

ติดตามอ่านเนื้อหาจาก Men’s Folio Thailand เพิ่มเติมได้ที่ mensfoliothailand.com และติดตามความเคลื่อนไหวอื่นๆ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย @mensfolioth

More from this stream

Recomended

Maison Valentino เปิดหน้าหนังสือเล่มใหม่ ผ่าน Valentino Antibiblioteca พร้อม Jeff Satur, Cai Xukun และ Shunsuke Michieda

เมื่อแฟชั่นเปรียบเสมือนเรื่องราวที่ยังไม่ถูกเปิดอ่าน Maison Valentino...

LACOSTE เปิดตัวคอลเลกชั่น Fall Winter 2026 ถ่ายทอดเสน่ห์แห่ง SPORT & LIFESTYLE ผ่านสองคาแรกเตอร์ของ หลิงหลิง และ ต่อ ธนภพ

LACOSTE แบรนด์สปอร์ตแฟชั่นจากประเทศฝรั่งเศสที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นจากการผสานโลกแห่งกีฬาเข้ากับสไตล์ร่วมสมัย เปิดตัวคอลเลกชั่น...