Loro Piana ตอกย้ำพันธกิจอนุรักษ์ทุ่งหญ้าสเตปป์และระบบนิเวศแคชเมียร์อย่างยั่งยืน ผ่านการเข้าร่วมประชุม UNCCD COP17

Loro Piana เมซงแห่งงานหัตถศิลป์และเครื่องแต่งกายชั้นเลิศระดับโลกจากประเทศอิตาลี ในเครือกลุ่มบริษัท LVMH ได้สร้างเกียรติภูมิครั้งสำคัญด้วยการเข้าร่วมการประชุมภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแผ่ขยายของทะเลทราย ครั้งที่ 17 (UNCCD COP17) ณ กรุงอูลานบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย พร้อมแถลงความสำเร็จในการดำเนินงานครบรอบหนึ่งปีแรกของโครงการ ‘Resilient Threads’ ซึ่งเป็นโครงการระยะยาวที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูระบบนิเวศทุ่งหญ้าสเตปป์ การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนกสิกรปศุสัตว์ในมองโกเลียอย่างยั่งยืน

พันธกิจแห่งการอนุรักษ์และมรดกความผูกพันกว่า 40 ปี

เป็นเวลากว่าสี่ทศวรรษที่ Loro Piana มุ่งมั่นคัดสรรเส้นใยแคชเมียร์ชั้นเลิศจากมองโกเลีย จนได้รับการยกย่องเป็นผู้บุกเบิกอุตสาหกรรม โดย ณ เมืองอูลานบาตอร์ แบรนด์ได้ดำเนินงานโรงงานแปรรูปเส้นใยแคชเมียร์เพียงแห่งเดียวนอกประเทศอิตาลี การเข้าร่วมวาระประชุม UNCCD COP17 ในครั้งนี้ จึงเป็นการตอกย้ำถึงความรับผิดชอบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่แบรนด์มีต่อพื้นที่ต้นกำเนิดวัตถุดิบอันทรงคุณค่า

อ่านบทความเพิ่มเติม: Loro Piana Paisley ในคอลเล็กชัน Fall/Winter 2026-2027

โครงการ Resilient Threads ริเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2025 เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง Loro Piana, หน่วยงานอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแผ่ขยายของทะเลทราย (UNCCD), สหพันธ์เพื่อความยั่งยืนของอุตสาหกรรมเส้นใย (SFA) และกองทุนเพื่อการอนุรักษ์ OCT (Odyssey Conservation Trust) โดยมีเป้าหมายหลักในการปกป้องพื้นที่ทุ่งหญ้าตะวันออกของมองโกเลีย และเยียวยา 5 เขตการปกครอง (ซูม) ในจังหวัดซุคบาตาร์ ซึ่งกำลังประสบภาวะเปราะบางทางธรรมชาติ

การบูรณาการแนวคิด One Health และผลงานเด่นในปีแรก

เพื่อรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โครงการ Resilient Threads ได้นำแนวคิดองค์รวม One Health มาประยุกต์ใช้ ซึ่งคำนึงถึงสุขภาพและความเป็นอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่าง มนุษย์, สัตว์ และสิ่งแวดล้อม

สอดคล้องกับเป้าหมายความยั่งยืนระดับสากล LIFE 360

การดำเนินงานของโครงการ Resilient Threads สอดรับกับกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม LIFE 360 ของกลุ่มบริษัท LVMH ที่ตั้งเป้าหมายฟื้นฟูระบบนิเวศธรรมชาติให้ได้ถึง 5 ล้านเฮกตาร์ภายในปี 2030 สะท้อนให้เห็นว่าสำหรับ Loro Piana แล้ว การจัดหาวัตถุดิบคุณภาพสูงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของธุรกิจ แต่คือการสร้างเสถียรภาพและความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่ชุมชนต้นน้ำ เพื่อให้มรดกแห่งงานหัตถศิลป์และความงดงามตามธรรมชาติสามารถเติบโตควบคู่กันได้อย่างยั่งยืน

ติดตามอัปเดตเทรนด์แฟชั่น และไลฟ์สไตล์สุดเอกซ์คลูซีฟเพิ่มเติมได้ที่ mensfoliothailand.com และติดตามความเคลื่อนไหวอื่นๆ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย @mensfolioth

More from this stream

Recomended

CELINE เผยโฉมคอลเลกชั่น HIVER 2026 ณ Institut de France ใจกลางกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

CELINE HIVER 2026 เนรมิตสถานที่ระดับประวัติศาสตร์อย่าง...

WEIRDO BUT WONDERFUL: สำรวจความแปลกที่ลงตัว และเคมีที่ไม่ต้องพยายามของ ‘ซี – คีน’

"ผมจะพูดว่าเคมีระหว่างเราคงเหมือนชีวิตคู่ที่เราแต่งงานกันไปแล้ว มันถึงจุดที่เริ่มมั่นคง นิ่งๆ...