Prada Linea Rossa ร่วมกับ Red Bull พา Sean MacCormac เขียนประวัติศาสตร์บทใหม่แห่งสกายเซิร์ฟ

เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา Prada Linea Rossa จับมือกับ Red Bull และ Sean MacCormac นักกีฬาเอ็กซ์ตรีมระดับตำนาน
ผู้บุกเบิกวงการสกายเซิร์ฟและเจ้าของเหรียญรางวัล X Games ถึงสองสมัย ร่วมกันบันทึกความสำเร็จที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน
ในฐานะที่เขาคือมนุษย์คนแรกที่ ‘สกายเซิร์ฟลงบนสายเคเบิล’ ของสะพาน San Francisco Bay Bridge หลังจากกระโดดร่ม
ดิ่งพสุธาจากความสูง 1,676.4 เมตร ความฝันอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้ต้องอาศัยการฝึกฝนยาวนานหลายเดือน ควบคู่ไปกับการพัฒนาอุปกรณ์เฉพาะทางที่ล้ำสมัยที่สุด โดยการสนับสนุนอุปกรณ์ที่ใช้นวัตกรรมล่าสุดรวมไปถึงเครื่องแต่งกายทั้งหมดจาก Prada MacCormac ทิ้งตัวจากเฮลิคอปเตอร์เหนืออ่าวแคลิฟอร์เนีย พร้อมกระดานสกายเซิร์ฟสุดไฮเทคซึ่งเป็นผลงานการสร้างสรรค์ร่วมกันระหว่าง Prada Linea Rossa และทีม Luna Rossa จากการแข่งขัน America’s Cup ก่อนจะดิ่งตัวหมุนผ่านชั้นบรรยากาศ สู่ช่วงเวลาที่โลกต้องหยุดหายใจ และเมื่อเขาแตะสายเคเบิลของสะพาน ยืนทรงตัวไถลไปบนเส้นเหล็กเสมือนคลื่นกลางอากาศ ก่อนบิดตัวปล่อยสไปรัลและร่อนลงบนแพลตฟอร์มลอยน้ำที่รออยู่เบื้องล่างท่ามกลางทุกสายตานับพันที่จ้องมอง




Sean MacCormac เกิดที่เมืองนิวออร์ลีนส์ รัฐลุยเซียนา เขาทำการกระโดดร่มครั้งแรกตอนอายุเพียง 18 ปี และนั่นคือจุดประกายไฟที่เปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล เพียง 6 เดือนต่อมา พร้อมประสบการณ์ราว 400 ครั้งกระโดด เขาก็ก้าวเข้าสู่เวที X Games และสามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่นจนกลายเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองในกีฬาสกายเซิร์ฟ ด้วยประสบการณ์มากกว่า 21,000 ครั้ง เขาถือเป็นหนึ่งในนักโดดร่มที่มีประสบการณ์มากที่สุดในโลก และตั้งแต่ปี 2007 เขาได้เป็นสมาชิกคนสำคัญของ Red Bull Air Force มีบทบาทผลักดันกีฬาเอ็กซ์ตรีมสู่ความท้าทายใหม่ๆ ทั้งในสนามแข่ง การแสดงโชว์ และโปรเจกต์ที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง โดยหนึ่งในท่วงท่าอันเลื่องชื่อของเขาคือ ‘Invisible Man’ ที่เขาสามารถหมุนตัวได้ถึง 12 รอบต่อวินาที ยาวนานนับ 15 วินาทีจนครั้งหนึ่งแรง G สูงเกินไปทำให้มือของเขาเป็นอัมพาตชั่วขณะ ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงทั้งความแข็งแกร่งทางร่างกายและสมาธิที่เหนือชั้น ในปี 2016 โปรเจกต์ ‘Storm’s Edge’ กลายเป็นอีกหนึ่งตำนาน เมื่อเขาตัดสินใจกระโดดลงสู่ขอบพายุฟ้าคะนองในรัฐฟลอริดา ด้วยความเร็วกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ท่ามกลางสายฟ้าและก้อนเมฆมรสุมเขาบรรยายว่ามันคือทั้ง ‘ความน่ากลัวและความงดงาม’ ในเวลาเดียวกัน เขายอมรับว่าการกระโดดเข้าไปในพายุเปรียบเสมือนการเดินเข้าสู่สนามทุ่นระเบิดที่อาจปะทุได้ทุกเมื่อ แต่ในขณะเดียวกันก็มอบความรู้สึกมีชีวิตชีวาที่ไม่มีสิ่งใดเทียบได้ ปัจจุบัน MacCormac ยังนำทักษะไปสู่โลกภาพยนตร์ เขาเป็น สตันท์แมน ในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง Iron Man 3, Godzilla, Point Break (2015) และ The Hangover Part III นอกจากนั้นเขายังรับหน้าที่เป็นคุณพ่อของลูกสามคน เขาใช้หลักการฝึกฝนแบบการมองภาพแบบ Visualization, ฝึกฝนการหายใจแบบวงกลมและการซ้อมอย่างต่อเนื่องเสมอมาเพื่อหลอมรวมทั้งการเล่นกีฬา การใช้ชีวิต และการเป็นพ่อเข้าด้วยกันอย่างสมดุล


สำหรับกระดานสกายเซิร์ฟที่เขาใช้ในครั้งนี้ถูกออกแบบด้วยวิศวกรรมที่ละเอียดราวกับงานศิลป์ โครงสร้างรังผึ้งถูกผสานด้วยคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อมอบการตอบสนองสูงสุดระหว่างการบิน ขณะที่ฐานโพลีเอทิลีนความหนาแน่นสูงแต่น้ำหนักเบาถูกเลือกใช้เพื่อทนต่อแรงเสียดสีจากการสัมผัสกับสายเหล็กของสะพาน แทนที่จะปิดผิวหน้าด้วยกาวหรือวัสดุยึดติด กระดานถูกแต่งด้วยลวดลายกราฟิกแบบเพนต์เพื่อความเรียบเนียนและทนทานยิ่งกว่า สำหรับการปรับแต่งทุกรายละเอียดอาศัยองค์ความรู้ทางวิศวกรรมที่ทีม Luna Rossa สั่งสมจากการแข่งขัน America’s Cup ตอกย้ำว่าความท้าทายที่สุดโต่งเพียงใดก็สามารถถูกพิชิตได้ เมื่อวิจัยทุกรายละเอียดการใช้งานและการออกแบบมาบรรจบกันอย่างลงตัว นอกจากนี้ Prada Linea Rossa ยังได้รังสรรค์เครื่องแต่งกายและ แอคเซสเซอรีประสิทธิภาพสูง เพื่อรองรับทุกการเคลื่อนไหวของ MacCormac ผสานนวัตกรรมสิ่งทอกับการออกแบบแอโรไดนามิกที่ก้าวล้ำ


“นี่คือการทำให้ความฝันกลายเป็นจริง” MacCormac กล่าว “อาชีพของผมทำให้ได้มองเห็นสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ของโลกจากมุมมองที่ไม่เหมือนใคร และผมเคยจินตนาการเสมอว่า ‘ถ้าเป็นไปได้ล่ะ?’ การได้ไถลไปบนสายเคเบิลของ Bay Bridge จึงไม่ใช่แค่ภาพฝันอีกต่อไป แต่คือความจริงที่เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันของทีม ตั้งแต่ Prada Linea Rossa และทีม Luna Rossa ไปจนถึงการฝึกฝนและการเตรียมความพร้อมนับไม่ถ้วน” โครงการนี้คืออีกหนึ่งบทล่าสุดของการร่วมมือระหว่าง Prada Linea Rossa และ Red Bull ที่ยังคงเดินหน้าสนับสนุนผู้กล้า ผู้พร้อมจะก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง และเขียนนิยามใหม่ให้กับคำว่า ‘เป็นไปไม่ได้’

