​Talking Taste, Testing Truth

ต่อยอดจากความสำเร็จจากปีที่ผ่านมา Louis Vuitton จัดงาน LV Creative Talk ครั้งที่สองขึ้นอีกครั้ง ภายใต้ธีม “Beyond The Plate: Food as Cultures, Connection and Convergence” เพื่อถ่ายทอดมุมมองใหม่ที่มองอาหารเหนือกว่าการลิ้มรส แต่คือวัฒนธรรม การเชื่อมโยง และการหลอมรวมอันเป็นหนึ่ง

LV Creative Talk ครั้งนี้ได้ต้อนรับเชฟผู้มีวิสัยทัศน์ระดับโลกอย่าง กากัน อานันด์ จากร้าน Gaggan ณ Louis Vuitton Bangkok และ โยสุเกะ ซูกะ จาก Sugalabo V ที่โอซาก้า สองเชฟผู้เป็นกำลังสำคัญของ LV Culinary Community มาร่วมแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดแรงบันดาลใจไปพร้อมกับ Amal Khalaf ภัณฑารักษ์ชื่อดัง ผู้ถ่ายทอดประสบการณ์จากมุมมองศิลปะและวัฒนธรรม สะท้อนการบรรจบของศาสตร์ทั้งสามแขนงได้อย่างทรงพลัง บรรยากาศงานเปี่ยมด้วยบทสนทนาที่มีเปี่ยมไปด้วยรสชาติจากผู้เข้าร่วมที่หลากหลาย ตั้งแต่เชฟ นักชิม ศิลปิน ดีไซเนอร์ ไปจนถึงนักศึกษาด้านอาหาร นำเสนอความคิดเห็นและมุมมองอันหลากหลายที่กำลังร่วมกันขับเคลื่อนมุมมองทางวัฒนธรรมร่วมสมัย การจัดงานในครั้งนี้ยังตอกย้ำบทบาทของ Louis Vuitton ในฐานะ House of Culture ที่ไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหรา แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง LV The Place Bangkok จุดมุ่งหมายแห่งแรงบันดาลใจและไลฟ์สไตล์แห่งแรกของเมซง ซึ่งได้กลายเป็นพื้นที่ที่ศิลปะ นิทรรศการ งานฝีมือ อาหาร และวัฒนธรรมมาบรรจบกันอย่างกลมกลืน สะท้อนวิสัยทัศน์ของ Louis Vuitton ที่ก้าวไกลเกินกว่านิยามแห่งความหรูหรา

เชฟกากัน อานันด์ เกิดที่เมืองโกลกาตา ประเทศอินเดีย ในครอบครัวเชื้อสายปัญจาบ เขาเริ่มต้นเส้นทางอาชีพด้วยความหลงใหลในเสียงเพลง เริ่มจากเล่นกลองในวงร็อกก่อนที่จะหันมาศึกษาด้านการทำอาหารที่ Institute of Hotel Management and Catering Technology ในเมืองเทรอเวอรัม หลังจบการศึกษา เขาเริ่มงานเป็นฝึกหัดที่โรงแรมเครือ Taj Group จากนั้นกลับไปทำธุรกิจรับจัดเลี้ยงในโกลกาตา ก่อนย้ายสู่กรุงเทพฯ ในปี 2007 เขาเข้าทำงานที่ร้านอาหารอินเดียร่วมสมัยชื่อ Red แต่ปัญหาคือไม่มีใครเปิดรับแนวคิดสร้างสรรค์ของเขา การไปเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้าน Molecular Gastronomy และได้ฝึกงานกับ Ferran Adrià ที่ร้าน elBulli ในสเปน ซึ่งเป็นจุดพลิกที่ทำให้เขารักและเข้าใจศาสตร์การทำอาหารแบบ Molecular Gastronomy อย่างลึกซึ้ง เชฟกากัน อานันด์ได้สร้างปรากฏการณ์ในวงการอาหาร โดยในปี 2010 เขาได้ก่อตั้งร้านอาหารของตัวเองชื่อ Gaggan ในกรุงเทพฯ โดยรังสรรค์เมนูเลิศรส 25 คอร์ส ที่สื่อสารผ่านอิโมจิแทนคำอธิบาย และนำเสนอประสบการณ์ “Progressive Indian Cuisine” อย่างสร้างสรรค์และเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์

เชฟโยสุเกะ ซูกะ เกิดที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่นในปี 1976 ในครอบครัวที่ดำเนินธุรกิจร้านอาหารตะวันตกและขนมหวานอยู่แล้ว ทำให้เขาซึมซับโลกของอาหารมาตั้งแต่เด็ก ในวัย 21 ปี เขาได้พบกับเชฟระดับตำนาน Joël Robuchon และทำงานภายใต้การแนะนำของเขาอย่างใกล้ชิดนานถึง 16–17 ปี โดยก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง Executive Chef และรับผิดชอบเปิดสาขา L’Atelier de Joël Robuchon ในหลายเมืองใหญ่ เช่น โตเกียว (2003) และนิวยอร์ก (2006) รวมถึงลาสเวกัส ไทเป และปารีส ในปี 2015 เขากลับสู่ญี่ปุ่นและก่อตั้ง SUGALABO Inc. ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ไม่เพียงในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ถูกจัดอันดับใน Asia’s 50 Best Restaurants และ “La Liste” รายชื่อร้านอาหารยอดเยี่ยมโลก แรงบันดาลใจจากแนวคิดหลักของร้านคือการเดินทางท่องทั่วญี่ปุ่นเพื่อเสาะหาแรงบันดาลใจจากผู้ผลิตท้องถิ่น ทั้งเกษตรกร ชาวประมง และช่างฝีมือ เพื่อเชื่อมโยงอาหารญี่ปุ่นกับโลกผ่านเมนูที่เปี่ยมด้วยความตั้งใจและรสชาติ

Amal Khalaf คือภัณฑารักษ์ผู้เชื่อในพลังของศิลปะต่อการเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างไม่หยุดยั้ง จากบทบาท Civic Curator ที่ Serpentine กว่า 15 ปี สู่วิสัยทัศน์เรื่องมุมองทางศิลปะที่ไม่ยึดติดอยู่เพียงบนผนังห้องแสดง แต่ลึกลงไปเป็นการสร้าง “สถาปัตยกรรมของความร่วมมือ” ผ่านศิลปะ สถาบัน และชุมชนงานของเธอไม่หยุดที่บทบาทของภัณฑารักษ์ แต่คือกระบวนการสร้างการเรียนรู้ร่วม, การเคลื่อนผ่านประวัติศาสตร์และสังคมในภาพกว้าง ผ่านการออกแบบ “สถานที่เรียนรู้” ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้ “เข้าร่วม” และ “ฟัง” ไปด้วยกัน


Story by Chanond Mingmit
Photography Courtesy of Louis Vuitton


More from this stream

Recomended